posttoday
3 สเต็ป เผด็จศึกรัฐบาล

3 สเต็ป เผด็จศึกรัฐบาล

07 กรกฎาคม 2556

ระส่ำแสนสาหัสไปทั้งพรรคเพื่อไทย หลังคลอดคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ปู 5” เล่นเอาคลื่นลมในพรรคเดียวกันถาโถมไม่ยั้ง หนึ่งในนั้น คือ จตุพร พรหมพันธุ์

โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช/ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ระส่ำแสนสาหัสไปทั้งพรรคเพื่อไทย หลังคลอดคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ปู 5” เล่นเอาคลื่นลมในพรรคเดียวกันถาโถมไม่ยั้ง หนึ่งในนั้น คือ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ผลการปรับ ครม.ครั้งนี้ เขาใช้ยุทธศาสตร์นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว แต่ไม่วายออกแรงเขย่ารัฐบาลแบบเบาๆ ว่าเสี่ยงสะดุดขาตัวเองล้มเพราะปมการทุจริตคอร์รัปชั่น

จตุพร เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงซากกระแสข่าวการปรับทัพรัฐมนตรีที่ยังตกค้าง โดยยอมรับว่า ทราบดีถึงบุคลิกเฉพาะตัวที่ทุกฝ่ายประเมินว่าเป็นคนแข็งกร้าว ไม่ประนีประนอม โดยหลายคนอาจประเมินจากเพียงเวทีปราศรัยและการอภิปรายในเวที ทั้งนี้ไม่แปลกใจที่ศัตรูจะมีท่าทีเกรงกลัว แต่ประหลาดใจกับฝ่ายเดียวกันที่หวาดกลัวตามศัตรูไปด้วย

“ในบริบทพวกศัตรูทั้งหลายอาจมายืนดูผมแล้วเกิดความกลัว แต่ทีนี้ฝ่ายมิตรกลับมายืนดูว่าศัตรูมันกลัวอะไร พอรู้ว่าศัตรูกลัวอะไร ดันกลัวตามศัตรูไปด้วย ผมเลยแปลกใจ เลยขอบอกว่าผมจะไม่มีชื่อเป็นรัฐมนตรี และประกาศแล้วว่าเลิกคิดไปแล้วว่าจะได้เป็น เพราะใครที่คิดว่ายังจะได้เป็นทั้งที่ไม่ได้เป็นมา 5 ครั้ง และคนนั้นยังมีความหวังที่จะได้เป็นอยู่ก็ถือว่าเป็นคนไม่ปกติแล้ว

...ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวคงปลีกวิเวกแล้ว แต่ผมยังมีภารกิจว่าเรื่องคนเจ็บ คนตาย คนถูกขัง การต่อสู้ที่ผ่านมาพูดได้ว่าไม่สามารถทิ้งภารกิจได้ ต้องรักษาหัวใจญาติพี่น้องที่ตาย บาดเจ็บ และคนที่ถูกคุมขังให้ออกมาให้ได้ ท้ายที่สุดผมเองก็ต้องยอมรับสภาพนี้ เพราะอันที่จริงเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ได้เป็น ไม่มีความสำคัญกับผม เพราะอดีตรัฐมนตรีในพรรคมันเยอะจนเดินชนกันไปหมด ตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ผมก็เห็นเขาปกติกันดี เพียงแต่ไม่มีรถนำมาเท่านั้นเอง และผมลงพื้นที่ ประชาชนก็มารับเต็มไปหมด ไม่มีอะไรแตกต่าง” แกนนำ นปช.ยืนยันสภาพจิตใจอันเป็นปกติ

แม้ไม่มีตำแหน่งแห่งที่ในฝ่ายบริหาร แต่จตุพรวิเคราะห์ประเมินสัญญาณวิกฤตของรัฐบาลเวลานี้อย่างน่าสนใจ โดยมองว่าการที่รัฐบาลพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขึ้นมาพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนักโทษการเมือง ของ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยนั้น จะเป็นทางเดินที่ผิดพลาด เพราะเท่ากับเห็นเงินสำคัญกว่าประชาชน ทั้งที่รัฐบาลไม่รู้สถานการณ์ตัวเองว่าอาจอยู่ไม่ทันใช้เงินในร่างกฎหมายที่ขับเคลื่อน

“ถ้าเห็นแก่เงินก่อนจะไม่ได้คน และเมื่อไม่ได้คนจะไม่ได้ใช้เงินด้วย หลังจากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทโดนสอยแล้ว ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน กำลังจะโดนสอยต่อ ทั้งสองร่างรวมกฎหมายงบประมาณ จะทำให้รัฐบาลถือเงินกว่า 5 ล้านล้าน ถามว่าฝ่ายตรงข้ามจะยอมให้รัฐบาลถือเงิน 5 ล้านล้านหรือ เพราะนั่นหมายความว่ารัฐบาลกำลังได้งบประมาณซื้อความนิยมจากประชาชนและส่อเค้าว่าจะอยู่ยาว เพราะฉะนั้นทุกแวดวงที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลจะต้องหยุดโครงการให้ได้

...อันที่จริงนี่รัฐบาลควรจะโดนศาลปกครองวินิจฉัยตั้งแต่ตอนทำประชามติ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการมีมติให้โหวตวาระสาม แต่ดันมีบุคคลหนึ่งมาพูดและเสนอกับแกนนำว่าให้ทำประชามติเถิดบ้านเมืองจะได้สงบ อดีตนายกฯ ทักษิณได้ฟังก็เกิดความเชื่อ เลยสอบถามกระทรวงมหาดไทยว่า 24 ล้านทำได้ไหม ใครจะกล้าตอบนายกฯ ทักษิณว่าทำไม่ได้ เพราะหากทำไม่ได้เขาจะหาคนอื่นมาทำแทน

...ผมก็ร้องขอพรรคพวกที่ทำหน้าที่ดูแลมหาดไทยว่าทำได้หรือไม่ ทุกคนก็รู้ว่า 24 ล้านเสียงไม่มีทางทำได้ อีกทั้งมันจะไปตายที่ศาลปกครอง เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ห้ามทำประชามติในประเด็นที่ขัดหรือแย้งกันเองกับรัฐธรรมนูญ และขัดกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญด้วย และพรรคพวกในศาลปกครองแจ้งผมมาเลยว่า ถ้าส่งเรื่องนี้มาตาย 100% ผมเลยปราศรัยที่โบนันซ่า คัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ในที่สุดรัฐบาลก็ประเมินความเสี่ยงจนถอยการลงประชามติ”

เขาระบุต่อว่า ร่างกฎหมายของรัฐบาล รวมเงินแล้ว 5 ล้านล้านบาท ไม่มีนักการเมืองและฝ่ายตรงข้ามกล้าให้พรรคเพื่อไทยถือเงินจำนวนมหึมาขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเขาก็ยิ่งอยากที่จะโค่นล้ม ถามว่าจะล้มอย่างไร คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 เหมือนใยแมงมุมมันต่อเนื่องกัน ศาลปกครองวินิจฉัยให้ทำประชามติกับอีไอเอก่อนทำสัญญา แต่ปรากฏว่าไปดำเนินการประมูลก่อนจะทำประชาพิจารณ์ก็ผิดรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะฉะนั้นดาบก็จะไปอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และพรรคประชาธิปัตย์รับลูกเดินหน้าถอดถอน เพราะฉะนั้นเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าเหลือใครบ้าง แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แน่นอน ก็ต้องถูกยุติการปฏิบัติหน้าที่

“หลังจากนั้นก็เป็นคิวร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน” จตุพร กล่าวและประเมินต่อว่า “...อาจารย์คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เขาเลือกจังหวะที่สอดคล้องต้องกันกับสถานการณ์ของรัฐบาลในเวลานี้ ขณะเดียวกันคดีก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น ที่ศาลทยอยตัดสินว่าทุกคดีความตายเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยิ่งทำให้เกมนี้ฝ่ายค้านต้องยิ่งแก้เกมให้เร็วขึ้น และยิ่งอภิสิทธิ์ซึ่งถูกคดีเรื่องหนีทหารและใช้หลักฐานอันเป็นเท็จ หากการเลือกตั้งครั้งหน้าเขาไม่สามารถสมัคร สส.ได้ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งในทางการเมืองให้เขาต้องปรับกลยุทธ์โจมตีรัฐบาลมากยิ่งขึ้น

“ในทางการเมืองเขาก็ต้องตัดสินใจแล้ว ประชาธิปัตย์เองก็ต้องปรับยุทธวิธีตลอดเดือน ก.ค.ก่อน ส.ค.เขาก็จัดชุมนุมทุกวันเสาร์ โดยวันศุกร์ไทยสปริงก็จะรับเป็นชุดที่ไล่เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบเอาไปขยายในเว็บไซต์ บลูสกาย และทีนิวส์อย่างเป็นระบบ เป้าหมายในทางการข่าวผมนะ เขาจะใช้คนไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน เมื่อถึงวันนั้นวันที่เขาจะดีเดย์ บิวท์สถานการณ์ให้องค์กรอิสระเชือดรัฐบาลให้มากที่สุด”

แกนนำ นปช.รายนี้ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินตามรอยคนเสื้อแดง สุเทพบอกเองว่า บนดินและใต้ดินขณะนี้ต้องพร้อมทุกรูปแบบ ประชาธิปัตย์ได้บทเรียนจากคนเสื้อแดง คือ คนเสื้อแดงไปทำความคิดก่อน เดินสายถ่ายทอดผ่านรายการโทรทัศน์ เพราะฉะนั้นรายการผ่าความจริง 2 ปีที่ผ่านมาร่วมร้อยครั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เขาเดินทางไปทำความคิดกับประชาชนเหมือนคนเสื้อแดง

“สุเทพบอกเสมอว่า ไม่ได้แพ้พรรคเพื่อไทย แต่แพ้กระบวนการคนเสื้อแดง เขาจึงเล่นวิธีการบนดินใต้ดินตลอด เรามีทีวี เขาก็มีแล้วก็ทีนิวส์ บลูสกาย ปรับคุณภาพรองรับหมด เอาแกนนำมา เอาประชาชนมาเหมือนกันทุกอย่าง ถ้าเขาเอามา 2 แสนคน เขาไม่ต้องกวักมือทหารเลย เพราะองค์กรอิสระต่างๆ มันรอประหารอยู่แล้วทั้งนั้น แต่ต้องให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลทุจริตจริง สร้างบรรยากาศภายนอก

...เหมือนกับปี 2549 ปี 2551 ไม่ได้ต่างกัน แต่ครั้งนี้เขามีบทเรียน เขามีอำนาจองค์กรอิสระทุกอย่าง แต่ที่เขาขาดคือประชาชน เพราะฉะนั้นเขาตามรอยนี้ ใช้กลวิธีในการดึงประชาชนออกมา เมื่อบิวท์ให้องค์กรอิสระเชือดรัฐบาลสำเร็จ จากนั้นจะตามด้วยศาลรัฐธรรมนูญฟัน 312 สส. สว. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 68 จนเกิดสุญญากาศทางการเมือง

“ก้าวแรกปลุกม็อบสำเร็จ เปิดทางสร้างบรรยากาศให้ก้าวที่ 2 ตามมา คือ องค์กรอิสระลงดาบรัฐบาลและผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ...และเวลานั้นทหารจะออกมา” จตุพร กล่าวในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท