
2เดือนประชาพิจารณ์เสร็จ
สั่งสำนักปลัดฯจัดงบให้รัฐทำอีไอเอ ‘พงศ์เทพ’ยันทำตามคำสั่งศาลปกครอง
สั่งสำนักปลัดฯจัดงบให้รัฐทำอีไอเอ ‘พงศ์เทพ’ยันทำตามคำสั่งศาลปกครอง
รัฐจัดฟังความเห็นภายใน 2 เดือน สั่ง สปน. แยกงบงาน จ้างบริษัททำอีไอเอ–เอชไอเอ แทนเอกชน
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองความเห็นการบริหารจัดการน้ำ เห็นว่าควรดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองและรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 ดังนั้น รัฐบาลจะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ไปว่าจ้างบริษัทศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ทั้ง 9 โมดูล ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่มีอยู่ 60 บริษัท
สำหรับการจัดทำอีไอเอและเอชไอเอจะดำเนินการได้หลังจากลงนามสัญญาว่าจ้างกับ 4 กลุ่มบริษัทแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งยกร่างสัญญาว่าจ้างการออกแบบและก่อสร้างกับ 4 กลุ่มบริษัท ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน พร้อมกับจะหารือกับกลุ่มบริษัทในการดึงงบประมาณและงานศึกษาอีไอเอและเอชไอเอมาให้รัฐดำเนินการเอง
ด้านนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาว่าจะอุทธรณ์คำสั่งศาลหรือไม่ อย่างไรก็ตามเห็นว่าคำพิพากษาศาลปกครองกลางสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้รับฟังความเห็นของประชาชนโดยทั่วกันแล้ว ดังนั้นได้มอบให้ สปน.ไปวางแผนและกำหนดแนวทางว่าจะรับฟังความเห็นประชาชนด้วยวิธีการใด
เลขาธิการกฤษฎีกา กล่าวว่า ระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นนั้น คิดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับทำอีไอเอตามกฎหมายรัฐจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยจะแบ่งว่าโครงการใดบ้างจะต้องทำอีไอเอหรือเอชไอเอ
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ครม. คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนการประมูลโครงการน้ำของ 4 กลุ่มบริษัท ทั้ง 9 โมดูล
ทั้งนี้ ให้เหตุผลว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ให้ผู้ถูกร้องปฏิบัติตามมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนของโครงการที่อาจมากขึ้นหรือถูกปรับลดให้น้อยลงกว่าเดิมก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้รัฐบาลมีภาระผู้พันและเกิดความเสียหายต่อภาระหนี้สินของประเทศ อันอาจก่อนิติสัมพันธ์ในทางปกครองกับกลุ่มบริษัททั้ง 4 กลุ่มบริษัทที่ชนะประมูลก็ควรยกเลิกโครงการเสีย
อย่างไรก็ดี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนร่วมในกระบวนการหารือปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำได้เต็มที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสองครบถ้วนแล้ว กลุ่มบริษัททั้ง 4 หรือกลุ่มบริษัทอื่นๆ ที่สนใจ ก็สามารถเสนอตัวเข้าประกวดราคาได้อีก







