
รัฐบาลจัดทีมชี้แจงพรบ.กู้เงิน2ล้านล้าน
รัฐบาลตั้งทีมชี้แจงผู้ที่ค้าน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน เวิลด์แบงก์แนะเปิดให้เอกชนร่วมทุน
รัฐบาลตั้งทีมชี้แจงผู้ที่ค้าน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน เวิลด์แบงก์แนะเปิดให้เอกชนร่วมทุน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม แล้วว่า จะต้องจัดทีมเจ้าหน้าที่ไปอธิบายให้กับผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่า พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่ากฎหมายมีถ้อยคำอะไรบ้าง และเอกสารประกอบการพิจารณาครอบคลุมถึงโครงการอะไร เพื่อให้ทุกคนจะสบายใจว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของสภา ขณะนี้กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาประเด็นร่างกฎหมาย เอกสารประกอบการพิจารณาไปจนเสร็จสิ้นแล้ว และจะเสนอกลับเข้าสภาในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป
“ผมมั่นใจว่าการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จะเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะมีข้อร้องเรียนทางกฎหมายจากหลายฝ่าย” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายท้วงติงการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท อาจขัดหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ว่า ต้องแยกกันระหว่างการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินกับการกู้เงิน เนื่องจากการใช้จ่ายเงินแผ่นดินต้องเป็นเงินที่อยู่ในคลังของแผ่นดิน หากจะนำเงินมาใช้จ่ายจะต้องมีกฎหมายงบประมาณ แต่ถ้าการกู้เงินนั้นเป็นการกู้มาเพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งแล้วจะต้องใช้ตามวัตถุประสงค์นั้น จะไปใช้จ่ายอย่างอื่นไม่ได้ จึงไม่ต้องมีการส่งเงินเข้าคลัง
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายหนี้สาธารณะที่กำหนดการกู้เงินของทุกหน่วยงาน ซึ่งมีการกู้เงินกันมาโดยตลอด ไม่ต้องไปอยู่ในกฎหมายงบประมาณในการกู้เงินจะมีกรอบอยู่ การเบิกจ่ายเงินจะต้องเป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ ระบบการกู้เงินนั้นหากกู้ในประเทศเป็นเรื่องแค่ทำสัญญากู้ เงินจะยังอยู่ที่ธนาคาร ราชการไม่ได้เอามาจนกว่าจะเบิกเงิน จึงมั่นใจว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารโลก กล่าวว่า การลงทุน 2 ล้านล้านบาท น่าเป็นห่วงว่าจะไม่เกิดและน่าเป็นห่วง ว่าเมื่อลงทุนแล้วจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศหรือไม่
ทั้งนี้ ธนาคารโลกมีข้อเสนอว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุนทั้งหมด 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลควรระดมเงินผ่านตลาดทุนในโครงการที่มีผลตอบแทน เช่น โครงการรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเชื่อว่าจะได้เงินไม่น้อยกว่า 9 หมื่นล้านบาท และรัฐบาลควรให้เอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูง การก่อสร้างโครงการจะได้กู้เงินน้อยลง







