
เครื่องสำอางเก๊
การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเครื่องสำอาง ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าจากการตรวจสอบครีมที่สั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต 44 ตัวอย่าง ในปี 2555 มีเครื่องสำอาง 12 ตัวอย่าง หรือ 27% ที่มีส่วนประกอบของสาร 3 ชนิด ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ห้ามใช้ ประกอบด้วย สารไฮโดรควิโนน กรดเรทิโนอิก และปรอทแอมโมเนีย
การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเครื่องสำอาง ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าจากการตรวจสอบครีมที่สั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต 44 ตัวอย่าง ในปี 2555 มีเครื่องสำอาง 12 ตัวอย่าง หรือ 27% ที่มีส่วนประกอบของสาร 3 ชนิด ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ห้ามใช้ ประกอบด้วย สารไฮโดรควิโนน กรดเรทิโนอิก และปรอทแอมโมเนีย
ทั้งนี้ สารไฮโดรควิโนนมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง (เมลานิน) จึงมีผลทำให้ผิวขาวขึ้น เดิมเป็นสารที่เคยอนุญาตให้ใช้ในครีมแก้ฝ้า แต่ภายหลังพบว่าทำให้เกิดการระคายเคืองและจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ จึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้าตั้งแต่ปี 2539 ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2535
ขณะที่กรดเรทิโนอิกเป็นสารที่ช่วยให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังและหลุดลอก จึงช่วยให้สิวเสี้ยนและผิวหนังที่หยาบกร้านหลุดลอกออกง่าย ทำให้ผิวผ่องใสและนุ่มเนียน แต่มีพิษทำให้หน้าแดงและแสบร้อนรุนแรง เกิดการระคายเคือง อักเสบ แพ้แสงแดดหรือแสงไฟได้ง่ายเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ กรดเรทิโนอิกถูกห้ามใช้ในเครื่องสำอางตั้งแต่ปี 2532 และเป็นสารห้ามใช้ลำดับที่ 375 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ปี 2551
ส่วนปรอทแอมโมเนียออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้ลดการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน จึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น แต่ก็สามารถทำลายไต ระบบประสาท เยื่อบุและทางเดินหายใจ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานและถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ตั้งแต่ปี 2532 และเป็นสารห้ามใช้ลำดับที่ 221 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปี 2551







