posttoday
คุ้ยทุจริตข้าว พิรุธโอนเงินผ่าน 3 แบงก์

คุ้ยทุจริตข้าว พิรุธโอนเงินผ่าน 3 แบงก์

06 กรกฎาคม 2556

ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ภายหลังรัฐบาลยอมรับว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย กล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ก็ตอกย้ำว่า ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานโครงการรับจำนำข้าว จากกระทรวงพาณิชย์ ที่ทยอยส่งข้อมูลมาให้เกือบทั้งหมด เบื้องต้นพบว่ามีเม็ดเงินจำนวนมากผ่านเข้าออกธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง 3 แห่ง

ข้อมูลของกล้านรงค์ หมายถึง พบความผิดปกติ และจะหาหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด สาวให้ถึงผู้บงการที่แท้จริง

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ป.ป.ช.ได้เผยแพร่เอกสารต่อสาธารณะ ในหัวข้อ “โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลกับมาตรการป้องกันการทุจริตของคณะกรรมการ ป.ป.ช.” เนื้อหาส่วนใหญ่อธิบายถึงการเสนอแนะมาตรการป้องกันการทุจริตในโครงการจำนำข้าวทั้งรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนโยบายประกันราคา และรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการรับจำนำ

เอกสารระบุว่า ป.ป.ช.ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ส.ค. 2554 เพื่อยืนยันผลการศึกษาวิจัยมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริตแล้ว และคณะอนุกรรมการศึกษามาตรการแทรกแซงราคาพืชผลและผลิตผลการเกษตรเพื่อป้องกันการทุจริตของ ป.ป.ช. ยังได้ติดตามการรับจำนำข้าวอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ จากการเชิญผู้แทนจากส่วนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ รวมทั้งจากพฤติการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะ พบว่าวิธีการรับจำนำของรัฐบาลปัจจุบันยังคงก่อให้เกิดปัญหาในด้านต่างๆ มากมาย เช่นในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตในเชิงนโยบาย ทั้งในขั้นตอนและกระบวนการการดำเนินโครงการ

ดังนั้น ป.ป.ช.เห็นสมควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1.คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ควรกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิดให้เหมาะสมสอดคล้องต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรแบกรับอยู่อย่างสมเหตุสมผลและไม่บิดเบือนกลไกตลาด มุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว qโดยลดต้นทุนการผลิตข้าวลง

2.ควรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนการบริหารจัดการการระบายข้าวที่เก็บรักษาไว้ในโกดังกลางอย่างเป็นระบบ ไม่ให้สูญเสียงบประมาณจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะตอบรับข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. แต่กรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ผลการระบายหรือขายข้าวในคลังองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รัฐบาลยังไม่ดำเนินการเต็มที่เท่าที่ควร

อย่างไรก็ดี ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้ประกาศปราบปรามการทุจริต เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาอีกครั้ง ล่าสุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้สั่งให้ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่ไปให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา และสื่อมวลชนนำไปเสนอว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน

คำตอบที่กิตติรัตน์อยากได้คือ สิ่งที่สุภาไปให้ข้อมูลกับเนื้อหาที่สื่อมวลชนนำเสนอ ตรงกันหรือไม่ “ข้อมูลที่สื่อนำมาลงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สบายใจ รวมถึงตัวของสุภาเองด้วย ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาดู โดยขอเทปบันทึกเสียงจากกรรมาธิการมาตรวจสอบข้อมูลที่สุภาพูดกับที่สื่อนำไปลงตรงกันหรือไม่” เหตุผล รมว.คลัง

ทั้งนี้ ภายหลังสุภาเข้าให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว เป็นเหตุให้ยิ่งลักษณ์ไม่พอใจและขอให้สุภาส่งข้อมูลให้รัฐบาล

ด้านสุภาอธิบายที่มาเรื่องนี้ว่า กรรมาธิการถามว่า ขั้นตอนไหนของการจำนำข้าวมีการโกงที่สุด จึงได้ชี้แจงว่า จากการพิเคราะห์พฤติกรรมพบว่าในขั้นตอนของการรับจำนำ อาทิ การขึ้นทะเบียน ขั้นตอนการจำนำ การเก็บรักษา การขาย มีโอกาสและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการทุจริตได้ และได้ยกตัวอย่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเป็นข้อจำกัดของคนและอุปกรณ์การตรวจสอบไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ สุภาคือข้าราชการที่ออกมาชนรัฐบาลถึงตัวเลขความเสียหายจากการรับจำนำข้าวก่อนหน้านี้

ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ แก้ต่างว่า ไม่ได้ข่มขู่สุภา หรือคุกคาม ตามที่ฝ่ายค้านพยายามกล่าวหา แค่บอกว่าใครทำหน้าที่อะไรก็ควรทำตามหน้าที่

“ที่สุภาตอบกรรมาธิการและระบุว่าโครงการรับจำนำมีการทุจริต ถือว่าทำเกินหน้าที่ ซึ่งหากการตรวจสอบสต๊อกของรัฐบาล และมีการรั่วไหล ก็ควรมาบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ออกมาพูดในลักษณะนี้” ยรรยง ย้ำ

อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อมูล ป.ป.ช. และข้อมูลของสุภา ล่าสุดรัฐบาลอินโดนีเซียและมาเลเซียไม่มั่นใจคุณภาพข้าวที่จะซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย เนื่องจากมีเอกชนที่ได้รับมอบหมายปรับปรุงข้าวนำข้าวเก่าไปผสม ในเรื่องนี้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เตรียมจะนำคณะเอกชนไทยไปอินโดนีเซียและอีกหลายประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อตามแผนการระบายข้าว 17 ล้านตันของรัฐบาล

นิวัฒน์ธำรง เปิดเผยว่า เป็นห่วงการเสนอข่าวเรื่องข้าวเน่า และข้าวปนเปื้อนสารตกค้าง จนมีการนำไปขยายความว่าเป็นสาเหตุให้มาเลเซียและอินโดนีเซียไม่ซื้อข้าวไทย “เรื่องนี้ต้องช่วยกันดูให้ดี เพราะข่าวแบบนี้มันไม่ได้ทำลายพรรคการเมือง แต่เป็นการทำลายประเทศชาติในระยะยาว และกระทบการส่งออกข้าวได้” นิวัฒน์ธำรง ระบุ

ใครของจริง ใครกำลังเอาตัวรอด ในเร็ววันคำตอบจะชัดเจนขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท