
ศาลยกฟ้องไม่คุ้มครองทีวีแดง
ศาลแพ่งมีคำสั่งยกฟ้อง คดีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ข้อหาละเมิด ที่ออกคำสั่งตัดสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวีแชนแนล
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีเจตนารมณ์ที่จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ ครม. ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อบังคับตามความจำเป็นในสถานการณ์ ดังนั้น ย่อมเป็นการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่และดุลพินิจของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ ศาลไม่อาจก้าวล่วงไปพิจารณาหรือทบทวนการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารได้
นอกจากนี้ การที่นายอภิสิทธิ์มีคำสั่งให้นายสุเทพเป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ย่อมมีอำนาจที่จะใช้มาตรการอันจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 45 วรรคสี่ ที่ว่าการห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ
สำหรับที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษายกเลิกคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่ยุติการแพร่ภาพสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล และมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองสั่งห้ามหน่วยงานของรัฐกระทำการโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเป็นจริงตามรัฐ ธรรมนูญปี 2550 มาตรา 61 นั้น ศาลเห็นว่าเจตนารมณ์บทบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่เป็นการรับทราบข้อมูลข่าวสารทั่วไป โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือเป็นผู้ถูกโต้แย้งสิทธิการกระทำของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
ด้านนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จะกลับไปหารือว่าจะยื่นอุทธรณ์ หรือหาผู้เสียหายโดยตรงมายื่นฟ้องเป็นคดีใหม่







