
ประเวศชง 3 ข้อถอดสลักรุนแรง
ความเคลื่อนไหวขององค์กรต่างๆ รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ในการพยายามหาทางออกของวิกฤตประเทศ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.นั้น ต่างเสนอความเห็นกันหลากหลาย อาทิ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เสนอการแก้เฉพาะหน้า 3 เรื่อง เพื่อถอดสลักความรุนแรง คือ
1.ข้อเสนอเชิงนโยบายของกลุ่มคนเสื้อแดงเกี่ยวกับคนจนเป็นที่ยอมรับ เสียงเรียกร้องจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงมีหลายอย่าง แต่ถูกกลบด้วยเสียงด่าทอ ที่จริงมีข้อเสนอที่สร้างสรรค์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่เคยมีมาก่อนคือ
“เสียงของคนจน” การทำเพื่อคนจนได้รับการตอบรับ การทำเพื่อทักษิณไม่ได้รับการเห็นพ้อง การปรับโครงสร้างเพื่อคนจนเป็นเรื่องรีบด่วนที่ควรร่วมกันทำ ควรจัดการประชุมร่วมกันอย่างรีบด่วน เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคนเสื้อแดงเกี่ยวกับนโยบายเพื่อปรับโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง โดยเชิญคนไทยทุกสีร่วมประชุม2.ปฏิบัติตามกฎหมาย ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ควรได้รับการปฏิบัติตามกฎหมาย และป้องกันการทำผิดกฎหมายต่อไปอีก แต่อย่าลืมความยุติธรรมเชิงฟื้นฟู ประการหลังนี้เกี่ยวกับข้อ 3 ข้างล่างนี้ด้วย
3.กระบวนการสัจจะและคืนดี (Truth and Reconciliation) อย่างไรในที่สุดคนไทยก็ต้องกลับมาคืนดีและอยู่ร่วมกันด้วยดีต่อไป จึงควรมีกระบวนการค้นหาและใช้ความจริง มีการขอโทษ มีการให้อภัย มนุษย์สามารถมีอภัยวิถีที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ ที่ทำให้ทุกคนหลั่งน้ำตาได้ สังคมไทยจะต้องใช้กระบวนการสัจจะและการคืนดี ความเมตตากรุณา ปัญญาและสันติวิธี ไปสร้างโครงสร้างที่เป็นธรรม แล้วเราจะสร้างสังคมสันติสุขที่น่าอยู่ที่สุดได้
ขณะที่นายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวหลังร่วมหารือเพื่อหาทางออกในการแก้วิกฤตการเมืองกับอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ โดยได้ข้อสรุปว่าตนเองจะเป็นผู้ประสานไปยังอธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีการเปิดสอนคณะรัฐศาสตร์ และนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดทำประชามติแบบเร่งด่วนภายใน 15 วัน โดยรูปแบบประชามติดังกล่าวไม่ได้ต้องการคำตอบว่ายุบสภาหรือไม่ยุบสภาเท่านั้น แต่จะสอบถามความต้องการเร่งด่วนของประชาชนทั่วประเทศว่าหลังหรือก่อนยุบสภา ความต้องการที่แท้จริงคืออะไร ทั้งนี้เพื่อให้สังคมช่วยกันกดดันคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันว่าพอจะมีทางเลือกหรือทางออกอย่างไรบ้าง
“
คาดว่าจะใช้เวลา 12 วัน ในการติดต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เข้าร่วม จากนั้นจึงจะประสานไปยังประธาน กกต. ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหวังว่าจะไม่สายเกินไป” นายจรัส กล่าวขณะที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร ก็ได้เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐบาลและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยขอร้องให้ทุกฝ่ายใช้
“สันติวิธี” และ “การเจรจา” ช่วยกันพาประเทศไทยออกจากวิกฤต และขอให้ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าว โดยขอให้รัฐบาลถอยก้าวหนึ่งด้วยการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และขอให้คนเสื้อแดงถอยก้าวหนึ่งด้วยการเปลี่ยนที่ชุมนุมจากสี่แยกราชประสงค์เป็นพื้นที่อื่นนอกจากนี้ ขอให้ทั้งสองฝ่ายควรผ่อนเงื่อนไขเข้าหากัน และหากรอบเวลาที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่าย รวมทั้งให้ทุกฝ่ายหยุดการนำเสนอข้อมูลที่เป็นด้านเดียว เพราะจะยิ่งนำไปสู่ความเกลียดชังและความแตกแยกของคนในประเทศยิ่งขึ้น และขอให้ทหารอย่าทำรัฐประหารอีก เพราะจะทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปในวิกฤตการณ์ยิ่งขึ้น







