
อย่ากีดกัน
สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ แสดงความเห็นผ่านบทวิเคราะห์ต่อการที่กองทัพอียิปต์ตัดสินใจทำรัฐประหารประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ว่า ถึงแม้ทหารจะอ้างว่าการยึดอำนาจดังกล่าวได้รับการยอมรับจากประชาชน นักการเมือง และผู้นำศาสนาเป็นจำนวนมาก ทว่าในอีกมุมหนึ่งก็กำลังจะพาประเทศเข้าสู่ความไม่แน่นอน และอาจเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นมาอีกในอนาคต
สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ แสดงความเห็นผ่านบทวิเคราะห์ต่อการที่กองทัพอียิปต์ตัดสินใจทำรัฐประหารประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ว่า ถึงแม้ทหารจะอ้างว่าการยึดอำนาจดังกล่าวได้รับการยอมรับจากประชาชน นักการเมือง และผู้นำศาสนาเป็นจำนวนมาก ทว่าในอีกมุมหนึ่งก็กำลังจะพาประเทศเข้าสู่ความไม่แน่นอน และอาจเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นมาอีกในอนาคต
เพราะถึงแม้ว่า นายพล ฟาตาห์ อัลซีซี ผู้บัญชาการกองทัพอียิปต์ จะเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตด้วยการแต่งตั้งรัฐบาลพลเรือนเฉพาะกาลขึ้นบริหารประเทศ แทนที่การให้ทหารขึ้นปกครองเหมือนช่วงหลังการปฏิวัติในปี 2011 พร้อมทั้งประกาศแผนโรดแมปไปสู่การหวนคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ดูเหมือนว่าพรรคภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเป็นฐานการเมืองสายศาสนาของ มอร์ซี จะไม่ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว หรือแผนฟื้นฟูประชาธิปไตยดังกล่าวเลย
บีบีซี ระบุว่า กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ถือเป็นองค์กรทางการเมืองสายศาสนาที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศอียิปต์ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการปลุกเร้ากลุ่มคนรากหญ้าให้ลุกขึ้นมาต่อต้านผู้นำเผด็จการในปี 2011 เป็นผลสำเร็จ ก่อนที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล ภายหลังจากชนะการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2012 อีกด้วย
ดังนั้น การกีดกันกลุ่มพลังการเมืองที่มากล้นออกจากการกำหนดอนาคตทางการเมืองของกองทัพอียิปต์ ก็อาจกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน







