
กลยุทธ์บริษัทบุหรี่
กลายเป็นข่าวคึกโครม กรณีบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต่อศาลปกครอง กรณีออกประกาศขยายขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จากเดิม 50% เป็น 85% โดยล่าสุดศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินและสั่งให้ สธ.ทำคำชี้แจงให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
กลายเป็นข่าวคึกโครม กรณีบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต่อศาลปกครอง กรณีออกประกาศขยายขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จากเดิม 50% เป็น 85% โดยล่าสุดศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินและสั่งให้ สธ.ทำคำชี้แจงให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
ก่อนหน้านี้นักวิชาการได้จับตาการเคลื่อนไหวของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติเหล่านี้ โดยเชื่อว่าเป็นเพียงการข่มขู่เท่านั้น และมั่นใจว่าที่สุดแล้ว สธ.จะชนะคดี เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับคดีในประเทศอื่นๆ พบว่าเป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือกระทรวงมักชนะ เนื่องจากมีอำนาจอันชอบธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและการทำการเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ล่าสุด มีการเปิดเผยผลการสำรวจที่น่าสน โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร สำรวจวิธีการสื่อสารการตลาดแบบใหม่ๆ ของบริษัทบุหรี่ ซึ่งมีอิทธิผลต่อการรับรู้ของเยาวชน พบว่าในประเทศไทยมีการส่งเสริมการขายบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน 31% โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร้านขายบุหรี่ 630 ร้าน ใช้วิธีลดราคาและแจกของแถม แสดงภาพบุหรี่ สาธิตวิธีการใช้ และสร้างสังคมผู้สูบบุหรี่ออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กบล็อก และแอพพลิเคชั่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการใช้พริตตี้มาทำการส่งเสริมการขายตามสถานบันเทิง
จากข้อมูลของกรมสรรพสามิต พบว่ามีร้านขายบุหรี่ทั้งปลีกและส่งที่ขึ้นทะเบียน 5 แสนร้าน มี 90% ของร้านขายปลีกที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ ขณะที่สถิติของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พบว่าเยาวชน 15-21 ปี สามารถซื้อบุหรี่ได้ 100% ที่ร้านขายปลีก ทั้งนี้ จากข้อมูลจะพบว่าเด็ก 10 คน ที่สูบบุหรี่มีถึง 7 คน ที่ไม่สามารถเลิกได้ ต้องสูบไปตลอดชีวิต







