
รัฐเดินหน้าเมกะน้ำไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง
รัฐบาลไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองพร้อมให้ผู้รับเหมาจ้างเอกชนทำประชาพิจารณ์อีไอเอเอชไอเอ
รัฐบาลไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองพร้อมให้ผู้รับเหมาจ้างเอกชนทำประชาพิจารณ์อีไอเอเอชไอเอ
แหล่งข่าวคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองความเห็นคดีการบริหารจัดการน้ำที่มี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เนื่องจากการจัดทำประชาพิจารณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) เป็นกระบวนการที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลมอบหมายสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) แจ้งให้ 4 กลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลไปว่าจ้างบริษัทเอกชนเดินหน้าทำประชาพิจารณ์ โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้ตรวจพิจารณาผลการทำประชาพิจารณ์การทำอีไอเอ และเอชไอเอ
แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า ภายในเดือน ส.ค.นี้ กบอ.จะจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อคุมงานออกแบบและก่อสร้างของ 4 กลุ่มบริษัท เบื้องต้นจะเลือกจ้างองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า เนื่องจากไจก้าเป็นหน่วยงานเดียวที่มีคุณสมบัติได้มาตรฐานตามทีโออาร์ที่กำลังยกร่าง
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.ค. จะสรุปว่ารัฐบาลจะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองหรือไม่ ขณะเดียวกันคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกำลังยกร่างสัญญาโครงการระหว่าง กบอ.กับ 4 กลุ่มบริษัท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสามารถจะลงนามได้ และมั่นใจว่าไม่มีปัญหาทางเทคนิคไม่ว่าการจัดทำประชาพิจารณ์หรือการปรับแก้ไขทีโออาร์
นอกจากนี้ รวมถึงการใช้งบประมาณเงินกู้ที่ ครม.อนุมัติกรอบวงเงินการกำหนดเพดานราคาก่อสร้างสูงสุดทั้ง 9 โมดูลให้กับเอกชนไปแล้ว ก็สามารถจะมาเขียนในสัญญาได้ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง และไม่กังวลว่าการลงนามไปแล้วศาลจะมีคำพิพากษาย้อนหลัง หากรัฐบาลกลัวเช่นนั้นก็คงไม่สามารถดำเนินการใดๆ ตามนโยบายได้ ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่พิจารณาอนุมัติงบประมาณให้ กทม. ดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในระยะยาวทั้ง 26 โครงการ วงเงินกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท จึงจะทวงไปยังรัฐบาลอีกครั้ง







