posttoday
อภิสิทธิ์สั่งทุกหน่วยงาน ระดมกู้ชีพเศรษฐกิจ

อภิสิทธิ์สั่งทุกหน่วยงาน ระดมกู้ชีพเศรษฐกิจ

20 เมษายน 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยภาคเอกชนประเมินผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงค่อนข้างรุนแรง โดยระบุว่า การชุมนุมช่วง 1 เดือน มีผลกระทบแล้ว 2.13.8 หมื่นล้านบาท

หากการชุมนุมยืดเยื้อรวม 3 เดือน จะเกิดผลกระทบโดยรวมต่อระบบเศรษฐกิจ 7หมื่น1 แสนล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ 0.30.5%

กรอ. เห็นว่าธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนของผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการเริ่มกังวลในเรื่องของการได้รับสินค้าตามกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องของปัญหาความเชื่อมั่น

นอกจากนั้น กรอ. ยังให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เรื่องการให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่าย การจัดการท่องเที่ยวเป็นรางวัลในประเทศแก่พนักงานมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1% ของที่จ่ายจริง และยกเลิกการลดงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหารว่างในการจัดประชุมของภาคราชการ

รวมทั้งรัฐบาลจะกำหนดมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานในธุรกิจที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมให้เป็นไปอย่างครอบคลุมและเป็นธรรม

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันไม่สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และไม่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค. 2553 ทำให้การเบิกจ่ายภาครัฐล่าช้าออกไป โดยเฉพาะงบลงทุนซึ่งจะส่งผลกระทบให้โครงการต่างๆ ขาดความต่อเนื่อง

ภายหลังจากได้รับฟังข้อมูลของภาคเอกชน นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนประสานไปยังภาคธุรกิจในเครือข่ายของตนเอง ว่าไม่ควรให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือการชุมนุมในทุกรูปแบบ เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เช่น ผู้ประกอบการโรงแรม ไม่ควรให้ที่พักพิงกับแกนนำ

อีกทั้งควรมีการชี้แจงข้อมูลกับลูกจ้างและพนักงานในสถานประกอบการ ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการชุมนุมและผลกระทบที่ตนเองจะได้รับในกรณีที่หากเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหา สถานประกอบการต่างๆ ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของลูกจ้างและพนักงานที่จะขาดหายไปด้วย เพราะจากการรายงานข้อมูลทราบว่ากลุ่มคนที่เข้ามาร่วมชุมนุม ประกอบไปด้วย 4 กลุ่ม คือ คนงานก่อสร้าง พนักงานโรงงาน วินมอเตอร์ไซค์ และคนขับแท็กซี่

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังประชุม ครม. เศรษฐกิจ สั่งการให้กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาว่า มีผลต่อจีดีพีเพียงใด

รวมทั้งให้พิจารณาข้อมูลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ด้วย เพราะจะเป็นตัวสะท้อนผลกระทบของการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวในช่วงเหตุการณ์ไม่ปกติอย่างชัดเจน โดยให้นำเสนอที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจยังอนุมัติให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดำเนินโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีต่ออีก 3 หมื่นล้านบาท เป็นระยะที่ 2 เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีให้สามารถแข่งขันได้ในช่วงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว โดยมีหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเช่น ระยะโครงการที่ 1 ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่6 มี.ค. 2553นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ถ้าจำเป็นต้องให้ธนาคารเฉพาะกิจเข้าไปช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่ผู้ค้าขาย รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมในบริเวณดังกล่าว รัฐบาลก็พร้อมที่จะสั่งการ ขณะเดียวกัน ขณะนี้ ก็เตรียมการที่จะช่วยเหลือประชาชน และ ลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย แต่ขณะนี้ จะต้องรายละเอียดที่ชัดเจนก่อนว่า มีส่วนใดที่ได้รับผลกระทบบ้าง

“หลักการคือ ต้องเยียวยาดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้ คือ ลูกจ้างที่เสียรายได้ และหามาตรการที่น่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย หรือ ร้านค้าขนาดเล็กที่มีปัญหาสภาพคล่อง ก็กำลังดูอยู่”

9. ผลกระทบทางการเมืองต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้เสนอผลกระทบทางการเมืองต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยประมาณนับแต่มีการชุมนุมในเดือนมีนาคม โดยประมาณการผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2553 เป็นต้นมา ดังนี้ (1) ผลกระทบของการบริโภคต่อ GDP วันละ 500800 ล้านบาท (2) การลงทุนตรงต่อ GDP มีผลปานกลาง (3) การท่องเที่ยวกระทบวันละ 200500 ล้านบาท (4) ผลกระทบโดยรวมต่อระบบเศรษฐกิจ 21,00038,000 ล้านบาท หากชุมนุม 1 เดือน และ 70,000100,000 ล้านบาท หากชุมนุม 3 เดือน (5) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.10.2 หากชุมนุม 1 เดือน และร้อยละ 0.30.5 หากชุมนุม 3 เดือน ผลกระทบต่อภาคธุรกิจค้าปลีก 200500 ล้านบาทต่อวัน และธุรกิจท่องเที่ยว พบว่าอัตราเข้าพักลดลงจากร้อยละ 6070 เหลือร้อยละ 30 ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นยังมีความผันผวน ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยงสูง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อนุมัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มอีก 3 หมื่นล้านบาท หวังลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการฃฃ

สำหรับโครงการระยะที่ 2 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท มีหลักเกณฑ์การค้ำประกัน 5 ปี สิ้นสุดการรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ผู้ที่ได้รับการค้ำประกันต้องเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีสินทรัพย์ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท สินเชื่อที่ได้รับจากสถาบันการเงินเป็นสินเชื่อใหม่ โดยกำหนดวงเงินค้ำประกันสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท