
ศาลนัดตัดสิน 2 อิหร่านปาระเบิด 22 ส.ค.
ศาลนัดพิพากษา 2 หนุ่มอิหร่านปาระเบิดสุขุมวิท71 วันที่ 22สค. เวลา 10.00 น.
ศาลนัดพิพากษา 2 หนุ่มอิหร่านปาระเบิดสุขุมวิท71 วันที่ 22สค. เวลา 10.00 น.
ที่ห้องพิจารณา 505 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 วันที่ 4 ก.ค.56 เวลา 10.30 น. ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีระเบิด 3 จุดในซ.ปรีดีพนมยงค์และสุขุมวิท 71 คดีหมายเลขดำ ด.1446/2555 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายซาอิด โมราดิ (SAEID MORADI)อายุ 29 ปี ซึ่งขาซ้ายขาดจากเหตุระเบิด ขณะที่ตาขวาบอดเพราะได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดและ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ( Mohammad Khazaei)อายุ 43 ปี ชาวอิหร่าน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดระเบิด , ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ , ,ทำให้เสียทรัพย์ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490 ฯ และพยายามฆ่าผู้อื่น รวม 6 ข้อหา ซึ่งจำเลยทั้งสอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยวันนี้ศาลนัดพร้อมเพื่อให้พยานปากพ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.ท.ฤทธี ปานดำ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน อดีต สว.สืบสวน สน.คลองตัน พยานโจทก์ 2 ปาก รับรองเอกสารคำเบิกความที่พยานทั้งสองเคยให้การในชั้นศาลเมื่อวันที่ 5-6 ก.พ.56 เนื่องจากคำเบิกความพยานยังไม่ได้ลงลายมือชื่ิอให้ครบถ้วน ซึ่งศาลได้อ่านคำเบิกความทั้งหมดให้พยานทั้งสองฟังแล้วพยานได้เซ็นรับรองเอกสารครบถ้วน จากนั้นศาลจึงได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น. โดยศาลระบุเหตุที่กำหนดนัดฟังคำพิพากษาเกิน 1 เดือน เนื่องจากคดีมีพยานบุคคล พยานเอกสารจำนวนมาก ประกอบองค์คณะผู้พิพากษามีสำนวนคดีอื่นต้องพิจารณาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จำเลยทั้งสองถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำเพื่อฟังการพิจารณา ซึ่งนายซาอิด จำเลยที่ 1 ที่พิพากษาขาขาด ได้นั่งรถเข็นของกรมราชทัณฑ์มาขึ้นศาลขณะที่คดีนี้อัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 14 พ.ค.55 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค.54 – 14 ก.พ.55 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองกับนางไลลา โรฮานี (LEILA ROHANI) นายซีดา การ์ด ซาเดด มะห์ซุส (SEDA GHAT ZADEH MASOUD) และนายนูโรซิ ซายัน อารี อัคบาร์ (NOROUZI SHAYAN ALI AKBAR) พวกของจำเลยทั้งสองที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันทำและร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่ใช้เครื่องรับวิทยุ AM – FM แบบมีไฟฉายยี่ห้อ SONITEC รุ่น ST 2040 U ผลิตจากประทศสาธารณประชาชนจีน ขนาดกว้าง 9 ซ.ม. ยาว 20.5 ซ.ม. สูง 14.5 .ซ.ม. นำมาดัดแปลงประกอบกับชุดเรือนชนวนของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร ภายในบรรจุวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซี โฟร์ น้ำหนัก 1.5 ก.ก. ฝักแคระเบิดยาวประมาณ 96 ซ.ม. และโลหะลูกปราย ขนาดประมาณ 0.6 ซ.ม. จำนวน 103 ชิ้น ทำเป็นสะเก็ดระเบิดประกอบติดแผ่นโลหะกับแม่เหล็กแรงสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ซ.ม. จำนวน 6 ตัว ไว้บริเวณด้านล่างของเครื่องรับวิทยุ AM – FMแบบมีไฟฉาย รวมทั้งสิ้นจำนวน 5 ชุด สามารถใช้งานได้ จัดเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบเป็นระบบกลไกโดยใช้ชุดเรือนชนวนของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร เป็นตัวจุดระเบิดประกอบกับวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ และฝักแคระเบิด เป็นดินระเบิดหลัก ประกอบรวมกันใส่ไว้ในเครื่องรับวิทยุ AM – FM แบบมีไฟฉาย โดยมีโลหะลูกปรายทำเป็นสะเก็ดระเบิดประกอบติดแผ่นโลหะกับแม่เหล็กแรงสูงสำหรับติดกับเป้าหมาย เมื่อดึงสลักออกจากกระเดื่องนิรภัยแล้วปล่อยกระเดื่องนิรภัย เข็มแทงชนวนที่ตัวเรือนชนวนจะทำงานถ่วงเวลาประมาณ 5 วินาที ก็จะเกิดระเบิดขึ้นสามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ประมาณ 10-15 เมตร จากจุดระเบิด
โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.55 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองและนายซีดา การ์ด ซาเดด มะห์ซุส (SEDA GHAT ZADEH MASOUD) พวกของจำเลยทั้งสองที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันใช้ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ชุดที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันทำ และร่วมกันมีทำให้เกิดระเบิดขึ้นจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น และเป็นเหตุให้บ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 (เจริญใจ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ของนายบัญฑิต พิฑูรมานิต ได้รับอันตรายและได้รับความเสียหายทั้งหลังรวมทั้งทรัพย์สินเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ภายในบ้านดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 5 ล้านบาท นอกจากนั้นการทำให้ระเบิดของ จำเลยที่ 1 ยังเป็นเหตุให้ บ้านของนายธีระพล หอประสาททอง , นางจุฑาทิพย์ สัจจะดำรงค์ , น.ส.กนกวรรณ ศรีเทพ , ร.อ.ชัชวาล อรรถจินดา , บริษัท เอส เอ็ม โอเชียน กรุ๊ป , นายกรเกียรติ ชุณหกสิการ , น.ส.พเยาว์ รอดดี และ บริษัทไทย เอ้า ฉี ฟรุ๊ตส์ จำกัด รวมทั้งรถยนต์แท็กซี่ คันหมายเลขทะเบียน ทร – 1419 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์เจริญเมืองแท็กซี่ จำกัด ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนายขรรค์ชัย บุญสูงเนิน ขับขี่ผ่านมาได้รับความเสียหายทั้งคันราคา 200,000 บาท และทำให้ผิวถนนบริเวณกลางซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของกรุงเทพมหานคร และเป็นทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายเป็นหลุมกว้างประมาณ 30 ซ.ม.ลึก 40 ซ.ม.
รวมทั้งเมื่อร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุขวัต กับพวก จะเข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นตัว จำเลยที่ มีเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานโดยใช้ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ชุด โยนและทำให้ระเบิดเข้าใส่ ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ กับพวก แต่ ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ กับพวก วิ่งเข้าหลบที่ท้ายรถยนต์สายตรวจ แต่ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ ได้รับบาดเจ็บเยื่อแก้วหูซ้ายฉีกขาดประสาทรับเสียงเสื่อม และน.ส.ฝนหยก โพธิ์ไพงาม ซึ่งเดินอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหูอื้อ การได้ยินลดลง ปวดหูด้วย







