posttoday
วิกฤตแรงงานเปลี่ยนตลาด ซีคอน มุ่งสร้างบ้านกลุ่มแมส

วิกฤตแรงงานเปลี่ยนตลาด ซีคอน มุ่งสร้างบ้านกลุ่มแมส

04 กรกฎาคม 2556

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อน การสร้างบ้านสักหลังถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องว่าจ้างสถาปนิกมาออกแบบ ต้องหาผู้รับเหมามาก่อสร้าง มีขั้นตอนที่ยุ่งยากอยู่พอควร

แต่ในขั้นตอนยุ่งยากของการสร้างบ้าน กอบชัย ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน โฮม มองเห็นโอกาสตรงนั้น และสร้างซีคอนให้กลายเป็นบริษัทรับสร้างบ้านรายใหญ่สุดในปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจากเห็นการขยายตัวของความต้องการที่อยู่อาศัย จึงก้าวสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยการขายที่ดินเปล่าและพัฒนาโครงการหมู่บ้านมิตรภาพที่อ่อนนุช ก่อนมุ่งสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างเต็มตัวเมื่อ 52 ปีก่อน

“ธุรกิจรับสร้างในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตที่เห็นได้ชัดคือ บริษัทรับสร้างบ้านในระดับสูงๆ มีอยู่มากกว่า แต่บริษัทรับสร้างบ้านในตลาดแมส กลับกลายไปอยู่ในมือผู้รับเหมารายย่อยเป็นหลัก ทำให้บริษัทต้องปรับไปสู่ตลาดแมสมากขึ้น เพราะมีขนาดตลาดที่ใหญ่และน่าสนใจ” กอบชัย กล่าว

กอบชัย เห็นว่า บ้านมีราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ และแพงแบบก้าวกระโดดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากค่าแรงที่แพงขึ้น มีการจ่ายเงินเพื่อจ้างแรงงานสูงถึง 500 บาทต่อวัน มากกว่าแรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างที่ขยับขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างบ้านได้ และอาจจะต้องไปเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเล็กๆ อยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มที่ต้องการบ้านราคาสูงกลับมีจำนวนจำกัด

ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเน้นไปที่บ้านหลังเล็กลง เจาะกลุ่มคนที่มีกำลังที่จะสร้างบ้านได้ โดยนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้มากขึ้น

“หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ราคาบ้านของทั้งตลาดขยับขึ้นเฉลี่ย 15-20% เนื่องจากขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง และเจอปัญหาการปรับค่าแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทต้องปรับราคาก่อสร้างบ้านขึ้นอีก 5% และยังต้องเผชิญกับปัญหางานก่อสร้างที่ล่าช้า ไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน จึงทำให้บริษัทไม่สามารถทำการตลาดเพื่อให้มียอดขายเข้ามามากขึ้น เนื่องจากจะเกิดปัญหาก่อสร้างและส่งมอบบ้านล่าช้าตามมา” กอบชัย กล่าว

ขณะที่วิกฤตแรงงานจะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้แรงงานที่เพิ่มขึ้น จากการเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำและการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำให้บริษัทต้องปรับระบบการก่อสร้าง โดยหันไปเน้นระบบสำเร็จรูปมากขึ้น และหันไปเจาะตลาดบ้านหลังเล็กมีราคาเฉลี่ยต่อหลัง 25 ล้านบาท

กอบชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปอยู่บริเวณอ่อนนุช มีกำลังการผลิตบ้านได้ 60 หลังต่อเดือน หรือคิดเป็น 80% ของกำลังการผลิตรวม ส่วนใหญ่เป็นบ้านขนาด 200250 ตร.ม. หากความต้องการบ้านสำเร็จรูปมีสูงขึ้น ก็มีแผนจะขยายโรงงานเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับในครึ่งปีแรก บริษัทมียอดขายรวม 590 ล้านบาท แบ่งเป็นซีคอน โฮม 49 หลัง มูลค่า 390 ล้านบาท คอมแพกต์โฮมและบัดเจตโฮม รวม 78 หลัง มูลค่า 200 ล้านบาท ส่วนในครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อมากกว่าในครึ่งปีแรก จึงคาดว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายรวม 1,150 ล้านบาท

เมื่อบิ๊กในตลาดรับสร้างบ้านออกตัวแรงหันมาทำตลาดแมสอย่างจริงจังขนาดนี้ คงสร้างแรงกระเพื่อมให้รายอื่นเร่งปรับตัวด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท