
กองปราบรับกล่าวโทษหลวงปู่เณรคำฉ้อโกง
กองปราบรับเรื่องกล่าวโทษหลวงปู่เณรคำข้อหาฉ้อโกงประชาชน ป.ป.ง.สอบเส้นทางการเงินบริจาคก่อนอายัด
กองปราบรับเรื่องกล่าวโทษหลวงปู่เณรคำข้อหาฉ้อโกงประชาชน ป.ป.ง.สอบเส้นทางการเงินบริจาคก่อนอายัด
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ร่วมแถลงข่าวกับ นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จากกรณีที่ได้เคยยื่นหลักฐานให้ บก.ป. สืบสวน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ทั้งประเด็นบัญชีเงิน 200 ล้านบาท และการสร้างพระแก้วมรกตที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
นายสงกรานต์ กล่าวว่า ครั้งนี้ได้เข้ามาแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้กองปราบดำเนินคดีกับ หลวงปู่เณรคำ หรือนายวีรพล สุขผล ซึ่งหลักฐานที่มอบให้นั้น ทางกองปราบได้ทำการสอบสวนมาระยะหนึ่ง พร้อมทั้งได้ยื่นเรื่องกับ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาฯ ปปง. เพื่อให้สืบสวนทางการเงินเช่นกัน
“จากการที่ผมเปิดเฟซบุ๊กได้มีผู้แจ้งเบาะแสมาเป็นจำนวนมาก การทำบุญบริจาคปรากฏตามข้อเท็จจริงว่า ประชาชนในพื้นที่ อ.กันทรารมณ์ จ.ศรีสะเกษ ไม่น่าจะมีเงินทำบุญได้มากนัก อย่างมากก็หลักพันบาท อาจจะมีบ้างที่มีรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของบริษัท ดังนั้นจึงน่าสงสัยว่านายวีรพล มีรายได้ต่างๆมาจากทางใด สอดคล้องกับทาง ปปง. ที่ตรวจสอบสถานะการเงินเข้าออกหมุนเวียนถึง 200 ล้านบาท ที่เป็นเหตุผลว่าทำไมนายวีรพลและพวกถึงตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ไม่ยอมจดทะเบียนเป็นวัด ” นายสงกรานต์ กล่าว
นายสงกรานต์ กล่าวอีกว่า เงินที่มีในบัญชีของหลวงปู่เณรคำหรือนายวีรพลนั้น ทำให้เห็นวง่ากฐิน ผ้าป่า รายได้จากบุญกุศล นายวีรพลได้อาศัยความเชื่อของพุทธศาสนิกชน รวมทั้งการออกหนังสือ เผยแพร่คลิปในยูทูบ รูปภาพที่ถ่ายกับหญิงสาว ที่อ้างว่าเป็นภาพตัดต่อ ล้วนปรากฏในเฟซบุ๊กของนายวีรพล ทั้งนั้น
“ในขณะที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเคยให้คณะกรรมการขอสอบยอดบัญชีเณรคำ ซึ่งเณรคำได้นำมายื่นปรากฏว่ามีเงินไม่ถึง 4 แสนบาท เพราะฉะนั้นจึงต้องตั้งคำถามว่าเงินบริจาคที่บอกว่ามีหลายร้อยล้านมาจากไหน ส่วนทองคำที่เณรคำอ้างว่ามี 8,000 กิโลกรัม ผมได้ให้ร้านทองประเมินแล้วเป็นเงิน 9,000 กว่าล้านบาท ถ้าเป็นเช่นนั้นนายวีรพลมีธุรกิจอะไรเกี่ยวข้องหรือไม่ ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับสมาคมที่บางใหญ่ ทำกิจกรรมอะไร” นายสงกรานต์ กล่าว
นายสงกรานต์ ยังตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า ทางลูกศิษย์เณรคำยังมักจะใช้คำว่ากรรมการบริหาร กับ โฆษกฝ่ายประชาสัมพันธ์ ซึ่งคนทำบุญจะไม่ใช้กัน แต่จะเรียกกันว่ากรรมการวัด เมื่อตรวจสอบไปยังสำนักพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด ซึ่งอยู่ที่วัดป่าขันติธรรมนั้น ได้จดทะเบียนเมื่อปี 2555 แต่ไม่มีการส่งงบการเงิน ตรงกับที่นางลอน มนัส เจ้าของที่ดินบอกว่านายวีรพลเจตนาตั้งแต่ต้นที่จะไม่จัดตั้งวัดเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกตรวจสอบ
“พระแก้วมรกตที่นายวีรพล กล่าวอ้างว่าทำมาจากหยก ผมได้ให้ผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากรดูแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นเรซิ่นผสมกับผงหิน ซึ่งไม่น่าจะเกิน 30 ล้านบาท การเขามาแจ้งความวันนี้ถือว่าแจ้งคดีอาญา ยอมความไม่ได้ ใครก็มาร้องทุกข์ได้ เพราะรัฐเป็นผู้เสียหาย ทางอาญาแล้วผมได้มอบหลักฐานให้ทางกองปราบสืบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายวีรพลหรือเณรคำ ฉัตติโกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สถานะทางสงฆ์ก็ผิด พรบ.คณะสงฆ์ โดยยังหากพิสูจน์ได้ว่ามีสีกาเป็นภรรยา มีบุตรจริง ก็ต้องถือว่าแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ รวมทั้งความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ จากการเผยแพร่อุตริผ่านทางยูทูบ ความผิดใน พรบ.ฟอกเงิน และความผิดตาม พรบ.ศุลกากร ” นายสงกรานต์ กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ป.ป.ง.จะต้องตามร่องรอยบัญชีบริจาค ทั้งส่วนตัวและบริษัท ว่าเกี่ยวข้องกับหลวงปู่เณรคำอย่างไร มีเงินเท่าไร โอนไปยังปลายทางที่ไหนบ้าง โดยข้อมูลเส้นทางการเงินจะช่วยทางกองปราบในการดำเนินคดีอาญาด้วย
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการสืบสาวไปว่าเณรคำมีภรรยาและบุตร จริงหรือไม่นั้น ทางกองปราบจะสืบย้อนต้นทาง ทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยในเบื้องต้นมีข้อมูลว่าอาจจะมีภรรยา 8 คน โดยคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก คงต้องขอเวลาในการสืบสวนสักระยะหนึ่ง แล้วจะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป







