
ปฏิรูปไม่ใช่ปฏิวัติ
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ผู้นำของอียิปต์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ในปี 2011 ถึงแม้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี จะล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ และการแสดงภาวะเป็นผู้นำ ทว่าสิ่งที่ดินแดนไอยคุปต์ต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือ การปฏิรูปการเมืองประเทศ ไม่ใช่การปฏิวัติแบบถอนรากถอนโคนระบบการปกครองของผู้นำคนปัจจุบัน
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ผู้นำของอียิปต์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ในปี 2011 ถึงแม้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี จะล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ และการแสดงภาวะเป็นผู้นำ ทว่าสิ่งที่ดินแดนไอยคุปต์ต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือ การปฏิรูปการเมืองประเทศ ไม่ใช่การปฏิวัติแบบถอนรากถอนโคนระบบการปกครองของผู้นำคนปัจจุบัน
การดำรงอยู่ของรัฐบาลมอร์ซียังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาเสถียรภาพของประเทศเอาไว้ เนื่องจากในขณะนี้รัฐบาลชุดนี้มีส่วนสำคัญในการรักษาดุลอำนาจระหว่างกลุ่มทหาร และสถาบันการเมืองของพลเรือนให้อยู่ในจุดสมดุลกันได้ ดังนั้น การขับไล่มอร์ซีออกมาในเวลานี้จึงเท่ากับเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งให้ยิ่งบานปลายขึ้น
นอกจากนี้ ถึงแม้จะมีผู้นำคนใหม่ก้าวขึ้นมาแทนมอร์ซีในเร็ววันนี้ แต่ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ในการปกครองประเทศให้อยู่ในภาวะสงบสุขได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงย่ำแย่อย่างหนักจากการปฏิวัติครั้งก่อน ขณะเดียวกันความแตกแยกของคนในสังคมยังมีอยู่มาก
ดังนั้น ทุกฝ่ายควรหันมาเจรจาร่วมกัน และจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นมาโดยมีตัวแทนกลุ่มการเมืองจากขั้วต่างๆ เข้าร่วม ขณะเดียวกันก็ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสนอกรอบระยะเวลาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้น







