
ประตูการค้า"มุกดาหาร" เชื่อมจีน-เวียดนาม รับเออีซี
โดย...ชูโรจน์ ตรีประภากร/ปริญญา ชูเลขา
โดย...ชูโรจน์ ตรีประภากร/ปริญญา ชูเลขา
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 2 ปี 10 ชาติอาเซียนก็จะรวมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี พื้นที่ชายแดนกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมโยงการค้ากับเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ อาทิ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ทยอยชูธงการพัฒนามุ่งสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนกันไปแล้ว
ล่าสุด การประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดและการจัดทำตัวชี้วัดการพัฒนา จ.มุกดาหาร และยโสธร ที่เรียกกันว่า ทัวร์นกขมิ้น ซึ่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานด้วยตนเอง ภาคเอกชนและภาครัฐก็ได้เสนอแผนพัฒนา จ.มุกดาหาร เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบ
สมศักดิ์ สีบุญเรือง เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จ.มุกดาหาร มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงไม่เพียงเชื่อมประเทศลาว แต่ยังมีศักยภาพเชื่อมโยงไปถึงประเทศเวียดนามและจีน เป็นเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EWEC โดยเฉพาะจีนตอนใต้ ซึ่งกำลังพัฒนาเป็นประตูอาเซียนของจีน
“หลังจากที่ ผวจ.มุกดาหาร ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด นายกฯ ก็เห็นชอบพร้อมให้ความเห็นเพิ่มเติม โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษควรมีสถานีขนส่งศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างเหมาะสม พัฒนาแรงงานไปสู่ตลาดอุตสาหกรรมให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ”
แม้จะเป็นเส้นทางขนส่งข้ามแดนที่สำคัญ แต่ จ.มุกดาหาร ก็ยังไม่มีสนามบินพาณิชย์ ในโอกาสนี้ภาคเอกชนจึงเสนอให้มีการปรับปรุงสนามบินเลิงนกทา ซึ่งไม่เพียงมุกดาหารเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่จังหวัดข้างเคียงประกอบด้วย จ.ยโสธร และอำนาจเจริญก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย
“ทั้งสองโครงการนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รับไว้ที่จะสนับสนุน ซึ่งเราก็มั่นใจว่าทั้งสองโครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากเปิดประตูอาเซียน จ.มุกดาหาร จะเป็นประตูทางเข้าและออกที่สำคัญในภูมิภาคนี้”
ด้าน อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ก็ระบุว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อมุกดาหารที่มีศักยภาพการค้าชายแดนจากสะพานมิตรภาพไทยลาว รวมทั้งศักยภาพด้านการเกษตร ซึ่งจะต้องมีรถไฟรางคู่เสริมเข้ามาเชื่อมโยงการค้าการขนส่งสินค้าเกษตรระหว่าง จ.ร้อยเอ็ดมุกดาหารนครพนม เชื่อมต่อไปยังลาว เวียดนาม และจีน รวมถึงจะเชื่อมต่อกับยโสธรด้วย
ขณะที่ อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็ชี้ให้เห็นว่า จ.ยโสธร มีศักยภาพการปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวอินทรีย์ แต่ยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงต้องทบทวนการปลูกพืชให้เหมาะสม เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง หรือพืชหลังนา โดยทั้งมุกดาหารและยโสธรจะได้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน (เขื่อนชีบนและเขื่อนยางนาดี) จ.ชัยภูมิ ขนาดความจุ 325 ล้านลูกบาศก์เมตร







