
ปปง.ผงะเงินเณรคํา200ล.
ชงกก.ชุดใหญ่สอบขุมทรัพย์เครือข่ายชี้ตุ๋นปชช.บริจาคเงินสร้างพระแก้วตั้งรพ.
ชงกก.ชุดใหญ่สอบขุมทรัพย์เครือข่ายชี้ตุ๋นปชช.บริจาคเงินสร้างพระแก้วตั้งรพ.
ปปง.ตรวจพบ 10 บัญชีธนาคารพระเณรคำและพวกมีเงินหมุนเวียน 200 ล้าน เข้าข่ายต้องสงสัย
ร.ต.อ.หญิง สุวณีย์ แสวงผล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ภายหลังตรวจสอบฐานข้อมูลธุรกรรม 16 บัญชีของพระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และพวก ตามที่เครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยื่นไว้ พบชัดเจน 10 บัญชีเป็นของหลวงปู่เณรคำและเครือข่าย มีกระแสเงินหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาท และเงินมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาแทบทุกวัน เบื้องต้นถือเป็นบัญชีที่มีเหตุอันควรสงสัย
ร.ต.อ.หญิง สุวณีย์ กล่าวว่า ขอเตือนเครือข่ายหลวงปู่เณรคำ อย่าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินในบัญชีเด็ดขาด เพราะจะเข้าข่ายการฟอกเงินทันที ซึ่งจะมีความผิดทางอาญา โทษจำคุก 210 ปี หากยักย้ายหลายครั้งก็จะผิดหลายกรรมหลายวาระ และถ้ามีการนำเงินไปซื้อรถหรือเครื่องบินใดๆ ทรัพย์นั้นก็จะผิดฐานฟอกเงิน และต้องถูกยึดอายัดเช่นกัน หากเป็นเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชน
รองเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า มั่นใจจากข้อมูลที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจนว่าหลวงปู่เณรคำและเครือข่ายมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมูลฐานกฎหมายฟอกเงิน ด้วยการฉ้อโกงประชาชนในโครงการต่างๆ ทั้งการจัดสร้างพระแก้ว เปิดบัญชีหลอกให้ประชาชนมาบริจาคเงิน โครงการจัดสร้างโรงพยาบาล ซึ่งในสัปดาห์หน้า ปปง. จะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ที่วัดป่าขันติธรรม เพื่อรวบรวมประจักษ์พยาน จากนั้นจะรายงานเข้าสู่คณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 19 ก.ค. 2556 เพื่อให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งจะตรวจสอบเครือข่ายและบุคคลที่ปรากฏตามข่าวว่ามีความสัมพันธ์เป็นภรรยาและลูกของพระวิรพลด้วย
แหล่งข่าวจากกองบังคับการปราบปราม แจ้งว่า เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดป่าขันติธรรม ใน จ.ศรีสะเกษ และที่บ้านพักเดิมของหลวงปู่เณรคำ ที่ จ.ยโสธร พร้อมทั้งสอบปากคำพยานซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยการตรวจสอบบ้านพักที่ จ.ยโสธร เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะมีการกั้นรั้วรอบบ้านไว้
นายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้ข้อสรุปเสนอเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พิจารณาตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริง และดำเนินการเรื่องธรรมวินัยสงฆ์กับหลวงปู่เณรคำ ซึ่งจะกำหนดวันให้หลวงปู่เณรคำมาสอบปากคำอีกครั้ง หลังจากไม่เข้าพบเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ด้านนายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดหลวงปู่เณรคำ หรือว่าลูกศิษย์ยังไม่ได้แจ้งมายังกรมศิลปากร เรื่องการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ จ.ศรีสะเกษ ที่ดำเนินการไม่ถูกต้องเพราะต้องขออนุญาตก่อนจัดสร้าง







