
ถอดถอนน้ำ
ภายหลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ระงับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการขยายผลมากมาย ล่าสุด สส.พรรคประชาธิปัตย์ 132 คน ได้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ภายหลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ระงับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการขยายผลมากมาย ล่าสุด สส.พรรคประชาธิปัตย์ 132 คน ได้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.)
การถอดถอน ครม.ถูกบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 270274 โดยสรุปว่า เมื่อประธานวุฒิสภาได้รับคำร้องแล้วต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนให้เสร็จโดยเร็ว และ ป.ป.ช.จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกยื่นถอดถอนแก้ข้อกล่าวหา
ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีเสียงเกินหนึ่ง หรือ 5 เสียงจากทั้งหมด 9 คนชี้มูลความผิด บุคคลนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ และสามารถยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดำเนินคดีได้ ควบคู่ไปกับการส่งผลการไต่สวนมาให้วุฒิสภาทำการถอดถอน
ทั้งนี้ ทันทีที่ ป.ป.ช.ไต่สวนเสร็จแล้ว วุฒิสภาต้องจัดการประชุมเพื่อลงมติโดยเร็ว และหากวุฒิสภามีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 หรือ 90 เสียงจาก สว.ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 149 คน ให้ถือว่าผู้ถูกถอดถอนได้พ้นจากตำแหน่งและห้ามดำรงตำแหน่งในทางการเมืองหรือในการรับราชการ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาวุฒิสภาไม่เคยถอดถอนบุคคลได้แม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีสลายการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ จากการลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา จนมาถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ที่ให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปช่วยงานในกระทรวงวัฒนธรรม
แม้ในทางการเมืองจะถูกถอดถอนไม่ได้ แต่การดำเนินคดีอาญา ทาง ป.ป.ช.สามารถยื่นฟ้องได้ อย่างกรณีในรายของนายนพดล ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้ประทับรับคำฟ้องในคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องนายนพดลปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 โดยจะมีการพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 5 ก.ค.นี้







