
หาเงินจำนำข้าว
รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีมติให้ลดราคารับจำนำข้าวเปลือก เหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ครั้งนั้นนายกฯ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้เหตุผลว่า เพื่อรักษาวินัยการคลัง เนื่องจากรัฐบาลขายข้าวขาดทุนมาก
รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีมติให้ลดราคารับจำนำข้าวเปลือก เหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ครั้งนั้นนายกฯ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้เหตุผลว่า เพื่อรักษาวินัยการคลัง เนื่องจากรัฐบาลขายข้าวขาดทุนมาก
แต่หลังจากนั้น รัฐบาลก็กลับลำให้ใช้ราคา 1.5 หมื่นบาท พร้อมทั้งยืนยันว่าจะยังรักษาวินัยการคลังเหมือนเดิม
น่าสนใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะรักษาวินัยการคลังอย่างไร โดยเฉพาะแหล่งเงินที่จะนำมาใช้รับจำนำข้าวที่จะเข้าโครงการช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. ครั้งนี้
ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ เคยมีมติวางกรอบวงเงินการใช้รับจำนำข้าวไว้ว่า จะต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่กระทรวงการคลังกู้มาให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ใช้รับจำนำข้าว 4.1 แสนล้านบาท อีก 9 หมื่นล้านบาท ให้ใช้สภาพคล่องของ ธ.ก.ส. รับจำนำไปก่อน และให้กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวในสต๊อกที่รัฐรับจำนำไว้ แล้วนำเงินมาชำระ ธ.ก.ส.
ผลปรากฏว่า โครงการรับจำนำข้าวผ่านพ้นมาแล้ว 2 ปี รัฐบาลใช้เงินในการรับจำนำสุทธิแล้วจนถึงเวลานี้รวม 6.2 แสนล้านบาท มากกว่ากรอบที่ตั้งไว้ถึง 1.2 แสนล้านบาท
เงินดังกล่าวประกอบด้วย เงินที่กระทรวงการคลังกู้ 4 แสนล้านบาท (สังเกตว่าไม่เกินกว่ากรอบวงเงินที่ตั้งไว้) ส่วนอีก 2.2 แสนล้านบาท เป็นสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. ล้วนๆ และมากกว่ากรอบวงเงินที่กำหนดไว้ถึง 1.3 แสนล้านบาท ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์ได้นำเงินจากการระบายข้าวมาชำระหนี้แล้ว 1.13 แสนล้านบาทก็ตาม
ปัญหาคือ แล้วรัฐบาลจะใช้เงินจากแหล่งใดมารับจำนำข้าวล็อตล่าสุด
รัฐบาลประเมินว่า ครั้งนี้จะมีข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำประมาณ 3 ล้านตัน และชาวนาคงใช้จังหวะนี้เอาข้าวมาจำนำมาให้มากที่สุด เพราะเริ่มไม่แน่นอนแล้วว่าต่อไปรัฐบาลจะรับจำนำในราคาเท่าไหร่
หากคำนวณจากปริมาณ 3 ล้านตัน ในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท เท่ากับรัฐบาลต้องหาเงินอีก 4.5 หมื่นล้านบาท จึงจะเพียงพอ
วิธีการคือ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งขายข้าวในสต๊อก โดย 6 เดือนที่เหลือในปีนี้จะระบายให้ได้ 56 ล้านตัน หวังว่าจะได้เงินมาประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท หากคำนวณคร่าวๆ ก็เท่ากับกระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะได้ตันละ 1.201.45 หมื่นบาท
แต่เนื่องจากต้องเร่งหาเงินช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. ที่เป็นช่วงโครงการรับจำนำ กระทรวงพาณิชย์เลยตั้งใจจะขายช่วงนี้ให้ได้เดือนละ 1 ล้านตัน
ซึ่งหากขายได้ราคาดี รวมแล้ว 3 เดือนก็จะได้เงินเฉียดๆ 4.5 หมื่นบาท เพียงพอกับที่ต้องใช้
แต่ตามรูปการณ์แล้ว ภาระคงไม่อยู่ที่คลัง และคงไม่แคล้ว ธ.ก.ส. ต้องรับหน้าเสื่อตามเคย
บอกแล้วว่ารัฐบาลนี้มีวินัยการคลัง







