posttoday
กบข.ลดลงทุนตราสารหนี้ยาวรับคิวอี

กบข.ลดลงทุนตราสารหนี้ยาวรับคิวอี

03 กรกฎาคม 2556

ลดพอร์ตตราสารหนี้ยาว หันมาถือตราสารระยะสั้นกันขาดทุน มองหุ้นยังน่าสนใจ

ลดพอร์ตตราสารหนี้ยาว หันมาถือตราสารระยะสั้นกันขาดทุน มองหุ้นยังน่าสนใจ

น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ได้ปรับพอร์ตตราสารหนี้ให้เป็นระยะสั้นมากขึ้น ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มส่งสัญญาณจะลดการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เดือน ก.ย.นี้ และยกเลิกในปีหน้าที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินและตลาดทุน และส่งผลให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต่อราคาพันธบัตรที่ กบข.ถือสูงถึง 58% ของเงินลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่ 4.8 แสนล้านบาท เมื่อมีการบันทึกราคาตามราคาตลาด (มาร์กทูมาร์เก็ต)

การถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการลงทุนมากขึ้น สามารถที่จะย้ายการลงทุนไปลงทุนทางเลือกทั้งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เงินลงทุนมีความผันผวนน้อยลง

ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ได้ผลตอบแทนที่ดีมาก และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ทาง กบข.ได้ขายหุ้นไทยเพื่อรับรู้กำไรไปแล้ว 6,000-7,000 ล้านบาท และได้ทยอยเข้ารับซื้อกลับในกลุ่มหุ้นธนาคารพาณิชย์และพลังงาน อย่างไรก็ตาม ผลกำไรจากหุ้นยอมรับว่าไม่ครอบคลุมกับมูลค่าตราสารหนี้ในมือของ กบข.ที่ลดลง เมื่อมีการบันทึกตามราคาตลาด เพราะตราสารหนี้มีสัดส่วนการลงทุนที่สูง ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียง 10% เท่านั้น

“แม้กำไรหุ้นยังไม่ครอบคลุมการลดลงของราคาตราสารหนี้ แต่ขณะนี้ผลตอบแทนโดยรวมของ กบข.ก็ยังเป็นบวกอยู่” น.ส.โสภาวดี กล่าว

เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า ภาพการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีความผันผวนอยู่ และต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนอย่างมาก

ทั้งนี้ มองว่าการไปลงทุนต่างประเทศเป็นจังหวะที่ดี เพราะเป็นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนไม่ให้กระจุกตัวกับการลงทุนในประเทศในระดับ 75% ซึ่งมองว่าสูงเกินไป จึงได้มีการขอให้กระทรวงการคลังแก้กฎกระทรวงขยายเพดานการไปลงทุนยังต่างประเทศให้เพิ่มเป็น 40% จากปัจจุบัน 25%

น.ส.โสภาวดี กล่าวว่า ภายในไตรมาส 3 นี้ น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะทางภาครัฐเองก็ให้การสนับสนุนให้ไปลงทุนยังต่างประเทศมากขึ้น และข้อสำคัญการไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศขณะนี้เป็นจังหวะที่ดี เพราะมีปัญหาทางด้านภาวะเศรษฐกิจ

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี คาดว่าครี่งปีหลังคาดว่าเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ดี โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 4% ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ประมาณ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ยังเป็นห่วงหนี้ภาครัฐที่มีการขยายตัวสูงเกิน80%ของรายได้ประชาชาติที่อาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท