
พายุโซนร้อนถล่มตราดเสาไฟล้มระนาด
พายุโซนร้อนถล่มกลางเมืองตราด ประตูเมืองของเทศบาลล้มทับรถยนต์ 2 คันเสียหาย ขณะเสาไฟฟ้า,ต้นไม้ล้มระเนระนาด
พายุโซนร้อนถล่มกลางเมืองตราด ประตูเมืองของเทศบาลล้มทับรถยนต์ 2 คันเสียหาย ขณะเสาไฟฟ้า,ต้นไม้ล้มระเนระนาด
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมแรงพัดผ่านมาที่บริเวณริมคลองบางพระ ใกล้วิทยาลัยสารพัดช่าง และพุ่งตรงไปยังสี่แยกท่าเรือจ้าง และพัดผ่านไปที่บริเวณสี่แยกหน้าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ และพัดผ่านโรงพยาบาลตราดสู่ถนนสุขุมวิท และพุ่งตรงไปที่บริเวณหลังโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเป็นระยะเวลานานกว่า 30 นาที ทำให้ฝนตกหนักมาก จนไม่สามารถมองเห็นได้ระยะ 2-3 เมตร เมื่อฝนหยุดพบว่ามีต้นไม้ เสาไฟฟ้า ที่อยู่ตามบริเวณสี่แยก เช่นสี่แยกบ้านท่าเรือจ้าง เสาไฟฟ้าจำนวน 3 ต้นล้มทับรถยนต์โตโยต้าสีขาวไม่ทราบทะเบียนได้รับความเสียหาย ขณะที่บริเวณใกล้เคียงต้นไม้จำนวนหลายต้นล้มลงและหล่นไปยังหลังคาบ้านเรือนจนได้รับความเสียหายและกระเบื้องมุงหลังคาและกันสาดตกแตกและกระจายไปตามพื้นถนน โดยเฉพาะสี่แยกหน้าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ คลินิคประจวบ คลินิคหมอกิตติ มีกระเบื้องและฝ้ามุงหลังคายุบลงมา และมีต้นไม้ล้มลงมาด้วย ขณะที่กันสาดของตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลตราดพังลงมา รวมทั้งประตู เมืองยินดีต้อนรับของเทศบาลเมืองตราดที่มีความยาวประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 5 เมตรได้หักและร่วงลงมากองอยู่กับพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งทั้ง และยังทับรถยนต์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถยนต์โตโยต้าสีขาว และรถยนต์กระบะอีซูซุสี่ประตูเลขทะเบียน บง 3232 ตราด ได้รับความเสียหายบริเวณด้านทั้ง 2คัน
นอกจากนี้ ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่หน้าสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดตราด เสาวิทยุได้ล้มลงมาและหล่นใส่รถยนต์ยาริส กข 555 ตราด จนหลังคาและด้านหลังได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะที่ ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ล้มทับอาคารเรียนของโรงเรียนกิตติวิทยา และโกดังของบริษัท ทรัพย์ปราจีน จำกัด ยังได้รับความเสียหายจากการทีต้นไม้ล้มทับจนหลังคาพังยับเยิน ในส่วนของป้ายโฆษณาหลายแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณสามแยกทางไปคลองใหญ่ ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองตราด และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบุญช่วยเหลือได้ออกมาช่วยเหลือประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากประตูเมืองที่ล้มลงมา ได้ปิดขวางการจราจรทั้ง 4 ช่องการจราจร ทำให้รถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้ กระทั่งเทศบาลเมืองตราดได้นำรถแมคโครเล็กและอุปกรณ์ตัดเหล็กมาทำการแก้ไขและผลักดันให้ออกจากช่องทางจราจรทั้ง 4 ช่องจราจรได้ภายใน 1 ชั่วโมง
ต่อมา พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภจว.ตราด ได้เดินทางมาตรวจความเสียหายและกล่าวว่า พายุที่พัดผ่านมามีความรุนแรงมาก และมีความเร็วสูงตนเองได้รับแจ้งในเวลา 12.30 น. จึงได้เดินทางออกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสั่งการให้ตำรวจจราจรออกมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนรวมทั้งช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ส่วนความเสียหายที่พบอยู่ในขณะนี้นอกเหนือจากประตูเมืองตราด รถยนต์จำนวน 4 คัน และบ้านเรือนของประชาชนรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่อเติมบนเอาคารพาณิชย์ในเขตเทศบาลเมืองตราดกว่า 100 หลังคาเรือน มีกระเบื้อง และหลังคาหล่นลงมาจำนวนมาก ซึ่งความเสียหายในเบื้องต้นยังไม่สามารถที่จะระบุได้ ขณะเดียวกันก็มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าจำนวนหนึ่งที่หักโค่นและหล่นลงมาทับบ้านเรือนของประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง แต่เป็นที่น่ายินดีว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้
นายวินิต นิรันดร์พานิช ประธานชุมชนคลองบางพระ อ.เมืองตราด กล่าวว่า พายุที่เกิดขึ้นพัดผ่านมาจากทะเลและเข้าบริเวณริมคลองบางพระและพัดเข้าสู่บริเวณสี่แยกบ้านท่าเรือจ้างมีความกว้างไปถึงสี่แยกหน้าโรงเรียนสตรีฯ และพัดผ่านไปบริเวณโรงพยาบาลตราดและประตูเมืองตราดรวมทั้งที่โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ซึ่งมีความเร็วมากรวมทั้งมีพายุฝนที่ตกหนักมาก ซึ่งตนเองไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะเวลากว่า 50 ปีที่อยู่ที่จังหวัดตราด นับเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เกิดพายุขึ้นจนทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายมากมายขนาดนี้ สำหรับอาคารสูงและสิ่งปลูกสร้างที่ต่อเติมขึ้น ได้รับความเสียหายมากกว่าอย่างอื่น ซึ่งนับเป็นบทเรียนสำหรับผู้บริหารเทศบาลเมืองตราดที่จะต้องมีความเข้มงวดในเรื่องของการต่อเติมอาคารเนื่องจากปิดทางลมจนไม่สามารถทำให้ ลมผ่านไปได้สะดวก
ทางด้านนายเจษฎา สร้อยเพชร ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองอยู่ระหว่างการปะยางที่ใกล้กับประตูเมืองตราด ขณะนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะกระชั้นชิด รวมทั้งมีลมกรรโชก แรงมาก ต้นไม้หลายต้นล้ม ระหว่างนั้นมีรถยนต์วิ่งผ่านไปมาจำนวนมาก แต่ตนเองมองไม่ค่อยเห็น เห็นแต่แสงไฟและได้ยินเสียงโครมดังสนั่น แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งเมื่อฝนหยุดก็พบว่า ประตูเมืองตราดได้ล้มลงมาและปิดกั้นการจราจรทั้งหมด โดยสภาพของประตูหักโค่นตั้งโคนเสาและทับรถยนต์ 2 คันที่จอดอยู่ ส่วนรถยนต์ที่ผ่านไปมาไม่ได้รับความเสียหายใด ตนเองเห็นและรู้สึกกลัวจึงเดินเข้าไปใน ร้านเพื่อหลบฝนและลม ซึ่งพบว่าความรุนแรงของพายุครั้งนี้ ทำให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าป้ายโฆษณาที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายจำนวนมาก







