posttoday
กดดันรัฐบาลตั้งราคาจำนำฤดูกาลหน้า

กดดันรัฐบาลตั้งราคาจำนำฤดูกาลหน้า

02 กรกฎาคม 2556

ภายหลังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. มีมติกลับไปรับจำนำข้าวฤดู 2555/2556 รอบสอง ในราคาเดิม โดยข้าวเปลือกเจ้า 100% รับจำนำ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และปริมาณรับจำนำไม่เกินครัวเรือนละ 5 แสนบาท โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ไปจนสิ้นสุดโครงการวันที่ 15 ก.ย. 2556 นั้น วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า กลุ่มชาวนาทั่วประเทศดีใจกับการที่รัฐบาลได้ยืดระยะเวลารับจำนำในราคาเดิมออกไปจนสิ้นสุดฤดูกาลนี้

ภายหลังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. มีมติกลับไปรับจำนำข้าวฤดู 2555/2556 รอบสอง ในราคาเดิม โดยข้าวเปลือกเจ้า 100% รับจำนำ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และปริมาณรับจำนำไม่เกินครัวเรือนละ 5 แสนบาท โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ไปจนสิ้นสุดโครงการวันที่ 15 ก.ย. 2556 นั้น วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า กลุ่มชาวนาทั่วประเทศดีใจกับการที่รัฐบาลได้ยืดระยะเวลารับจำนำในราคาเดิมออกไปจนสิ้นสุดฤดูกาลนี้

สำหรับฤดูกาลผลิตในปีหน้า หรือปี 2556/2557 ที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวปลายปีนี้ จะต้องฟังเสียงชาวนาก่อน หากจะมีการปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกลงอีกครั้ง

“ในปีหน้าหากจะมีปรับลดราคาจำนำ ก็ควรที่จะให้ชาวนาเข้าไปร่วมชี้แจง กำหนดแนวทางและเงื่อนไข การชดเชย การช่วยเหลือ ก่อนที่จะนำมาปฏิบัติกับชาวนา ที่สำคัญคือ หากจะปรับลดราคา รัฐบาลจะต้องลดต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมันเพื่อการเกษตร รวมถึงต้องลดราคาข้าวสารบรรจุถุงในสัดส่วนที่เท่ากับการลดราคาจำนำ” วิเชียร กล่าว

ทางด้าน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม กขช. ว่า กขช.จะกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 ให้สอดคล้องกับราคาตลาด อัตราแลกเปลี่ยน การดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และการรักษากรอบวินัยการคลัง

นอกจากนี้ จะมีการประกาศราคารับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรมีเวลาตัดสินใจว่าจะเลือกปลูกข้าวหรือพืชชนิดอื่นแทน เพราะจากนี้ไปกระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่ หรือโซนนิ่ง

“เราคงไม่ไปบอกว่าพืชชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ไหน แต่จะบอกว่าพื้นที่ไหนเหมาะสมที่จะปลูกพืชอะไรมากกว่า และจะส่งเสริมให้ปลูกพืชพลังงานอื่นๆ เพิ่มขึ้น ส่วนข้าวจะสนับสนุนให้เว้นวรรคในบางช่วง เพื่อแก้ปัญหาศัตรูพืช” กิตติรัตน์ ระบุ

สำหรับการเสวนาในหัวข้อ “ความจริงข้าวประเทศไทย ใครล่มจม ใครร่ำรวย” นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ขายข้าวขาดทุนกิโลกรัมละ 23.41 บาท ส่วนกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขาดทุนกิโลกรัมละ 26.28 บาท ขณะที่มีข้าวในโครงการรับจำนำ 26 ล้านตัน เท่ากับขาดทุนกว่า 67 แสนล้านบาท

วิชัย ศรีประเสริฐ กรรมการ บริษัท ไร้ซ์แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การแทรกแซงโดยโครงการรับจำนำทำให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้น และยอดการส่งออกลดลง โดยปี 2555 ส่งออกลดเหลือเพียง 7 ล้านตัน มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท จากที่สามารถส่งออกข้าวถึง 10.6 ล้านตัน มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทในปี 2554

“โครงการจำนำข้าวมีการขาดทุนและกระทบการส่งออก เป็นบทพิสูจน์ว่าทฤษฎีที่ซื้อข้าวจากเกษตรกรราคาสูงแล้วจะทำให้รายได้เกษตรกรดีขึ้น ไม่เป็นความจริง ทางออกที่ดีสุดที่ ครม.ชุดใหม่ควรจะทบทวน คือ ปล่อยให้การขายข้าวเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะทั้งจีน พม่า เวียดนาม ก็เปลี่ยนระบบจากการควบคุมมาเป็นกลไกตลาดกันหมดแล้ว” วิชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท