posttoday
มาร์คจี้ครม.แก้ปากท้อง-ทบทวนนโยบายใต้

มาร์คจี้ครม.แก้ปากท้อง-ทบทวนนโยบายใต้

01 กรกฎาคม 2556

อภิสิทธิ์ จี้ ครม.ใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ทบทวนนโยบายใต้-จำนำข้าว เร่งกำหนดความชัดเจนโครงสร้างการทำงาน

อภิสิทธิ์ จี้ ครม.ใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ทบทวนนโยบายใต้-จำนำข้าว เร่งกำหนดความชัดเจนโครงสร้างการทำงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ ว่า อยากฝากให้ครม.เร่งทำงานโดยยึดหลักคือ 1.แก้ปัญหาปัญหาปากท้้องประชาชน  ​2. ทบทวนนโยบายทีเป็นปัญหาทั้งนโยบายจำนำข้าวและการแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดภาคใต้ และ 3. ละเว้นจากการนำเรื่องยุ่งๆ เข้ามาให้กับบ้านเมือง ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะทำให้รัฐบาลทำงานด้วยความมั่นใจและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ​ทั้งนี้  เป็นห่วงนโยบายที่จะต้องทบวน  ซึ่งจะต้องเร่งทำโครงสร้างให้ชัดเจน เพราะทั้ง เรื่องข้าวและปัญหาภาคใต้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมีการควบสองตำแหน่งและคาบเกี่ยวกันไปมา และ ตัวนายกฯเองต้องเป็นประธานในการทำงานด้วย

อย่างไรก็ตาม ​ กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ด้วยนั้นเป้าหมาย คือการเพ่ิมเสียงทางการเมืองในคณะกรรมการโยกย้ายแต่งตั้ง ​ แม้จะพยายามอธิบายว่าเพื่อต้องการทำงานแก้ปัญหาภาคใต้นั้   แต่ตัวนายกฯ เป็น ผอ.รมน.  เป็นประธานศอ.บต.​ โดยระบบอยู่แล้ว  ถ้าทำตรงนี้จริงจังในฐานะนายกฯ​ก็จะขับเคลื่อนได้อย่างเป็นเอกภาพ  

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ​สิ่งที่กังวลคือนายกฯ ควบตำแหน่ง หรือ รองนายกฯ​ หรือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ควบตำแหน่ง  เมื่อมีสังกัดอีกกระทรวงหนึ่ง มุมมองก็จะโน้มไปทางกระทรวง สมมติรองนายกฯ ​ทำหน้าที่ประธาน กขช.​ก็จะใกล้ชิดกับกระทรงพาณิชย์​ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์​กับกระทรวงคลัง จะมีความเห็นไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาภาคใต้ ​ซึ่งกระทรวงกลาโหมคิดอย่าง กระทรวงมหาดไทยคิดอย่าง แต่เมื่อนายกฯ มาควบ​รมว.กลาโหมด้วย น้ำหนักการให้ความสำคัญข้อมูลกับฝ่ายต่างๆ อาจจะได้รับผลกระทบ จึงอยากให้เร่งทำโรงสร้างการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ชัด  เพราะยังมีความสับสนอยู่มาก ทั้ง สมช.​ ศอบต. ศปก.กปต.​ กอ.รมน. ใครจะขยับอย่างไรในการแก้ปัญหา โดยสมัยที่แล้วรัฐบาลประชาธิปัตย์กำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นเรื่อง ของ ศอ.บต.​

นายอภิิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นั้นเป็นคนหนึ่ง ที่เข้าใจประเด็นได้พอสมควรและ เชื่อมกับกองทัพได้ดี  แต่ปัญหาคือสถานะรมช.​ไม่รู้ว่าต้องไปอยู่ใต้กำกับของรองนายกฯ​ท่านใดหรือไม่  จึงอยากให้ทำให้ชัด  เพราะงานนี้คาบเกี่ยวทุกกระทรวง ​ถึงบอกว่าพอปรับไปปรับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง​ข้าวหรือเรื่องใต้  ต้องทำให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะสับสนกันหมดว่าสายการบังคับบัญชา การตัดสินใจผู้รับผิดชอบหลัก หากนายกฯ ไม่ทำเอง จะเป็นอย่างไร ถ้านายกฯจะทำเองก็ไม่เป็นปัญหา

สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น ​ ที่ผ่านมา อดีต พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ​ แสดงท่าทีไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  เมื่อคนใหม่เข้ามาจะมีจุดยืนเดียวกันหรือไม่ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลไม่สำคัญเท่ากับว่างานจะดินอย่างไร  ส่วนเรื่องการเจรจาสันติภาพ ที่ดำเนินการอยู่นั้น ​ก็ต้องทบทวน โดยให้สมช.เป็นหลัก และทุกหน่วยงานต้องไปในทิศทางเดียวกัน 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ​สำหรับ​ข้อเสนอของบีอาร์เอ็นนั้น ​ขาดความจริงใจในการทำงานร่วมกัน ​ไม่ควรจะใช้วิธีการยื่นคำขาดผ่านสาธารณะ ​พอไม่ทำแล้วใช้ความรุนแรงตอบโต้ถ้าเป็นการกระทำของเขา  แต่ถ้าไม่ใช่ และเป็นการกระทำกลุ่มอื่น​ ก็ต้องตั้งคำถามว่าจะมาช่วยกันทำงานเรื่องการลดความรุนแรงได้อย่างไร หากไม่จริงใจตรงนี้ยาก ที่จะพูดคุย 
เมื่อถามว่าการปรับครม.ครั้งนี้ มีหลายตำแหน่งที่ถูกมองว่าเป็นการวางตัวสนองความต้องการของคนแดนไกล  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ขอให้ทุกคนพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการตั้งใจทำงานยึดประโยชน์ส่วนรวมอย่าไปอยู่ภายใต้การครอบงำของคนที่ไม่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ​เพราะคนที่รับผิดชอบตามกฎหมายคือคนที่ดำรงตำแหน่ง อย่างกรณีกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท สุดท้ายคนที่เซ็นอนุมัติ ก็จะเป็นคนที่รับผิดชอบ เพราะเวลาถูกดดำเนินคดี คนที่เขาบอกให้ทำไม่ต้องมารับผิดชอบด้วย ​

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท