
มาร์คจี้ครม.แก้ปากท้อง-ทบทวนนโยบายใต้
อภิสิทธิ์ จี้ ครม.ใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ทบทวนนโยบายใต้-จำนำข้าว เร่งกำหนดความชัดเจนโครงสร้างการทำงาน
อภิสิทธิ์ จี้ ครม.ใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ทบทวนนโยบายใต้-จำนำข้าว เร่งกำหนดความชัดเจนโครงสร้างการทำงาน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ ว่า อยากฝากให้ครม.เร่งทำงานโดยยึดหลักคือ 1.แก้ปัญหาปัญหาปากท้้องประชาชน 2. ทบทวนนโยบายทีเป็นปัญหาทั้งนโยบายจำนำข้าวและการแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดภาคใต้ และ 3. ละเว้นจากการนำเรื่องยุ่งๆ เข้ามาให้กับบ้านเมือง ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะทำให้รัฐบาลทำงานด้วยความมั่นใจและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ทั้งนี้ เป็นห่วงนโยบายที่จะต้องทบวน ซึ่งจะต้องเร่งทำโครงสร้างให้ชัดเจน เพราะทั้ง เรื่องข้าวและปัญหาภาคใต้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมีการควบสองตำแหน่งและคาบเกี่ยวกันไปมา และ ตัวนายกฯเองต้องเป็นประธานในการทำงานด้วย
อย่างไรก็ตาม กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ด้วยนั้นเป้าหมาย คือการเพ่ิมเสียงทางการเมืองในคณะกรรมการโยกย้ายแต่งตั้ง แม้จะพยายามอธิบายว่าเพื่อต้องการทำงานแก้ปัญหาภาคใต้นั้ แต่ตัวนายกฯ เป็น ผอ.รมน. เป็นประธานศอ.บต. โดยระบบอยู่แล้ว ถ้าทำตรงนี้จริงจังในฐานะนายกฯก็จะขับเคลื่อนได้อย่างเป็นเอกภาพ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือนายกฯ ควบตำแหน่ง หรือ รองนายกฯ หรือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ควบตำแหน่ง เมื่อมีสังกัดอีกกระทรวงหนึ่ง มุมมองก็จะโน้มไปทางกระทรวง สมมติรองนายกฯ ทำหน้าที่ประธาน กขช.ก็จะใกล้ชิดกับกระทรงพาณิชย์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงคลัง จะมีความเห็นไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาภาคใต้ ซึ่งกระทรวงกลาโหมคิดอย่าง กระทรวงมหาดไทยคิดอย่าง แต่เมื่อนายกฯ มาควบรมว.กลาโหมด้วย น้ำหนักการให้ความสำคัญข้อมูลกับฝ่ายต่างๆ อาจจะได้รับผลกระทบ จึงอยากให้เร่งทำโรงสร้างการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ชัด เพราะยังมีความสับสนอยู่มาก ทั้ง สมช. ศอบต. ศปก.กปต. กอ.รมน. ใครจะขยับอย่างไรในการแก้ปัญหา โดยสมัยที่แล้วรัฐบาลประชาธิปัตย์กำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นเรื่อง ของ ศอ.บต.
นายอภิิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นั้นเป็นคนหนึ่ง ที่เข้าใจประเด็นได้พอสมควรและ เชื่อมกับกองทัพได้ดี แต่ปัญหาคือสถานะรมช.ไม่รู้ว่าต้องไปอยู่ใต้กำกับของรองนายกฯท่านใดหรือไม่ จึงอยากให้ทำให้ชัด เพราะงานนี้คาบเกี่ยวทุกกระทรวง ถึงบอกว่าพอปรับไปปรับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวหรือเรื่องใต้ ต้องทำให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะสับสนกันหมดว่าสายการบังคับบัญชา การตัดสินใจผู้รับผิดชอบหลัก หากนายกฯ ไม่ทำเอง จะเป็นอย่างไร ถ้านายกฯจะทำเองก็ไม่เป็นปัญหา
สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น ที่ผ่านมา อดีต พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ แสดงท่าทีไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคนใหม่เข้ามาจะมีจุดยืนเดียวกันหรือไม่ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลไม่สำคัญเท่ากับว่างานจะดินอย่างไร ส่วนเรื่องการเจรจาสันติภาพ ที่ดำเนินการอยู่นั้น ก็ต้องทบทวน โดยให้สมช.เป็นหลัก และทุกหน่วยงานต้องไปในทิศทางเดียวกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของบีอาร์เอ็นนั้น ขาดความจริงใจในการทำงานร่วมกัน ไม่ควรจะใช้วิธีการยื่นคำขาดผ่านสาธารณะ พอไม่ทำแล้วใช้ความรุนแรงตอบโต้ถ้าเป็นการกระทำของเขา แต่ถ้าไม่ใช่ และเป็นการกระทำกลุ่มอื่น ก็ต้องตั้งคำถามว่าจะมาช่วยกันทำงานเรื่องการลดความรุนแรงได้อย่างไร หากไม่จริงใจตรงนี้ยาก ที่จะพูดคุย
เมื่อถามว่าการปรับครม.ครั้งนี้ มีหลายตำแหน่งที่ถูกมองว่าเป็นการวางตัวสนองความต้องการของคนแดนไกล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการตั้งใจทำงานยึดประโยชน์ส่วนรวมอย่าไปอยู่ภายใต้การครอบงำของคนที่ไม่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเพราะคนที่รับผิดชอบตามกฎหมายคือคนที่ดำรงตำแหน่ง อย่างกรณีกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท สุดท้ายคนที่เซ็นอนุมัติ ก็จะเป็นคนที่รับผิดชอบ เพราะเวลาถูกดดำเนินคดี คนที่เขาบอกให้ทำไม่ต้องมารับผิดชอบด้วย







