
ประชาธิปไตยไม่พอ
วันนี้จะมีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ประเทศอียิปต์ ใหญ่ชนิดที่ว่าบางประเทศเขาไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอพยพหอบลูกหอบเมียกลับประเทศได้ชั่วคราว
วันนี้จะมีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ประเทศอียิปต์ ใหญ่ชนิดที่ว่าบางประเทศเขาไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอพยพหอบลูกหอบเมียกลับประเทศได้ชั่วคราว
ว่ากันว่า นี่คือการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ซึ่งอาจเป็นตัวตัดสินอนาคตของอียิปต์ (อีกครั้ง)
หลายคนอาจสงสัย เพราะจำได้ลางๆ ว่าอียิปต์เพิ่งจะมีการประท้วงชนิดเปลี่ยนประเทศไปตอนโค่นล้มอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก จนนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี มิใช่หรือ
เมื่อมีประชาธิปไตยและผู้นำจากการเลือกตั้งอย่างที่ต้องการแล้ว เหตุไฉนจึงยังมีการชุมนุมใหญ่โค่นผู้นำลงอีก ทั้งที่เพิ่งจะบริหารประเทศได้เพียง 1 ปี
กลุ่ม ทามารอด ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มคนรากหญ้านั้น บอกว่าไม่สามารถให้โอกาสประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี อีก 3 ปีที่เหลือได้อีก เพราะอียิปต์เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก คนตกงานพุ่ง แรงงานไม่ได้รับค่าจ้างตรงตามเวลา อุตสาหกรรมฝ้ายที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงประเทศเริ่มมีปัญหา ส่วนท้องถนนก็หาความปลอดภัยในชีวิตได้น้อยลง ขณะที่บางฝ่ายไม่พอใจที่อียิปต์เริ่มมีความเป็นมุสลิมเคร่งจารีตมากขึ้น
ส่วนฝ่ายที่คัดค้านให้เหตุผลว่า เวลาแค่ 1 ปีนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้มาก โดยเฉพาะเมื่อยังมีการประท้วงขัดแข้งขัดขากันอยู่ตลอดเวลา
อียิปต์นั้นมีปัญหาเรื้อรังมานานค่ะ ใครขึ้นมาเป็นผู้นำใหม่ย่อมไม่ได้สุขสบายแน่ แต่ก็คงไม่มีใครคิดว่าชาวอียิปต์จะใจร้อนลุกขึ้นมาขอรื้อแก้ใหม่กันเร็วขนาดนี้
งานนี้ใครอยู่ใครไป ตะวันออกกลางจะลุกเป็นไฟอีกครั้งหรือไม่ ต้องจับตาดูกันค่ะ







