
ระดมความรู้สู่เอสเอ็มอียั่งยืน
งาน “โพสต์ทูเดย์ เคเอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2013” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2930 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด มหกรรมเปลี่ยนชีวิตธุรกิจแห่งปี องค์ความรู้คู่ค้าโปรโมชั่น ในงานมีวิทยากรให้ความรู้ด้านต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ ประสบความสำเร็จหากนำไปประยุกต์ใช้
งาน “โพสต์ทูเดย์ เคเอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2013” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2930 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด มหกรรมเปลี่ยนชีวิตธุรกิจแห่งปี องค์ความรู้คู่ค้าโปรโมชั่น ในงานมีวิทยากรให้ความรู้ด้านต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ ประสบความสำเร็จหากนำไปประยุกต์ใช้
ทั้งนี้ในกลุ่มความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มอินเตอร์แอ็คชั่น กล่าวในหัวข้อ “การตลาดบนโลก 3 จี”ว่า การทำตลาดบนโลก 3 จี มีหลายแนวทาง ได้แก่ ทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ผ่านแอพพลิเคชั่น โดยสร้างแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานง่าย มีประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการทำตลาดบนแอพพลิเคชั่น จะทำให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นได้มากขึ้น และใช้เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าสำคัญได้ด้วย เช่น เทสโก้ โฮมพลัส ในประเทศเกาหลี นำคิวอาร์โค้ด มาติดกับสินค้าของกินของใช้ บนสถานีรถไฟฟ้า ให้ลูกค้าซื้อสินค้าโดยถ่ายรูปคิวอาร์โค้ด จากนั้นจัดส่งสินค้าถึงบ้าน
นอกจากนี้การทำตลาดด้วยเฟซบุคหรือไลน์ ก็เป็นอีกช่องทางที่ประยุกต์ใช้เพื่อติดต่อธุรกิจได้ง่ายขึ้น ประชุมหรือสื่อสารกับสังคมได้มากขึ้น ซึ่งช่องทางนี้เป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร นิยมใช้ โดยจะสร้างจุดถ่ายภาพ ให้ผู้ที่มาใช้บริการถ่ายภาพแบ่งปันบนเฟซบุค ถือเป็นการสร้างแบรนด์ไปในตัว
ภาวุธ พงศ์วิทยภาณุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ราคุเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ กล่าวในหัวข้อ “4 เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”ว่า การทำตลาดออนไลน์คือปัจจัยสำคัญในการสร้างยอดขายให้ธุรกิจ อันดับแรกต้องสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ มีเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งมีเครื่องมือช่วยสร้างอยู่มาก เมื่อมีเว็บไซต์ เท่ากับเปิดหน้าร้านสินค้าและบริการแบบไม่มีวันหยุด ลูกค้าทั่วโลกเข้าถึงได้ สะดวก ค่าใช้จ่ายต่ำ ไม่ต้องมีพนักงานประจำ
เมื่อมีเว็บไซต์แล้ว ต้องทำตลาดดึงคนเข้าเว็บไซต์ เช่น ใช้กูเกิล แอดเวิร์ดส์ หรือ ระบบค้นหาเสิร์ชเอ็นจิน ให้เจอเว็บไซต์ผู้ประกอบการ รวมถึงทำโฆษณาบนเฟซบุ๊ก และไลน์ โซเชียลโมบายที่มีคนไทยใช้กว่า 15 ล้านราย ใช้สร้างการรับรู้ สร้างยอดขายเพิ่มแบบทันที และดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ อีกระบบคือ กูเกิล อนาลิติคส์ วิเคราะห์ผู้เข้าเว็บไซต์ เพื่อวางแผนทำตลาดต่อเนื่อง
หลังจากให้ความรู้กลุ่มเอสเอ็มอีนำเทคโนโลยีมาหาลูกค้าใหม่แล้ว ในงานสัมมนายังให้ความรู้การรักษาลูกค้าเก่าโดยยักษ์ใหญ่เอไอเอส นันทิยา เนียวกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหารประสบการณ์ลูกค้า ของเอไอเอส ผู้ให้บริการมือถือที่มีระบบกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์(ซีอาร์เอ็ม) ภายใต้ซับแบรนด์ เซเรเนด กล่าวว่า ธุรกิจทุกระดับต้องมีระบบซีอาร์เอ็มต่อเนื่อง เริ่มทำจากเล็กๆ ขยายต่อเนื่อง เป็นการดูแลลูกค้าด้วยใจ และดูแลตลอดช่วงชีวิตที่เป็นลูกค้า ต้องมีระบบรับเรื่องร้องเรียน รับคำแนะนำ เพื่อปรับปรุงบริการ
นอกจากซีอาร์เอ็ม ต้องต่อยอดเป็นบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้า(ซีอีเอ็ม) สร้างความรู้สึกที่ดีจากการซื้อสินค้าและบริการ เพราะลูกค้าเดิมรู้จักสินค้าและบริการดี มีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำมากที่สุด และยังต้องต่อยอดไปถึง การสร้างความผูกพันกับลูกค้า(เอ็นเกจเมนต์) ให้เป็นลูกค้าตลอดไป
ขณะที่ความรู้การบริหารคนการสร้างทีมงานวัฒนธรรมองค์กร ได้ยักษ์ใหญ่กลุ่มปูนซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี กิติ มาดิลกโกวิท ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคลากร บริษัท เอสซีจี กล่าวในหัวข้อ “ทีมพารวย”ว่า การทำงานเป็นทีมเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เอสซีจีเน้นเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ยิ่งตอนนี้บุกไปทำตลาดต่างประเทศ ต้องทำงานร่วมกับคนต่างประเทศ ต่างภาษา ต่างศาสนา การทำงานเป็นทีมยิ่งจำเป็น วิธีสร้างการทำงานเป็นทีม เริ่มจากสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนไปในทิศทางเดียวกัน สร้างทีมคณะกรรมการ บริหารงาน รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
จากนั้นคัดเลือกคน สร้างทีม พัฒนาคนเพิ่มศักยภาพ แล้วต้องให้อำนาจตัดสินใจ ลงมือทำ สร้างประสบการณ์ ความรับผิดชอบและความมั่นใจในการทำงานเป็นทีม กลายเป็นความก้าวหน้าในอาชีพ รวมถึงความก้าวหน้าของบริษัท
ส่งท้ายเพื่อให้เอสเอ็มอีเติบโตอย่างยั่งยืน โตด้วยนวัตกรรม สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้ายี่ห้อของตนเอง ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มาให้ความรู้ในหัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญากับ ครีเอทีฟเอสเอ็มอี” ว่า อยากให้เอสเอ็มอีให้ความสำคัญกับทรัพย์สินอุตสาหกรรม ทั้งจดเครื่องหมายทางการค้า จดสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์มากขึ้น เพราะมีความสำคัญต่อธุรกิจที่แข่งขันสูง เพื่อให้สินค้าโดดเด่น เป็นผู้นำในตลาด ป้องกันการลอกเลียนแบบ รวมทั้งใช้เครื่องหมายการค้าสร้างแบรนด์ ขยายตลาดได้ทั่วโลก โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสขยายในตลาดโลก ได้แก่ สินค้าที่ออกแบบและงานดีไซน์ เพราะผู้ประกอบการไทยเชี่ยวชาญดีไซน์ และกลุ่มธุรกิจบริการ ทั้งร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย แพทย์แผนไทย และบริการอื่น เนื่องจากคนไทยมีความสามารถงานบริการสูง ทั่วโลกยอมรับ
จะเห็นว่าเทคโนโลยี กิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม และการจดเครื่องหมายการค้า คือปัจจัยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ หากผู้ประกอบการรายใด สำรวจการดำเนินงานแล้วยังขาดปัจจัยใด ลองเพิ่มดู เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยก้าวไกลไปตลาดโลก







