
ผบ.ทบ.แสดงความเสียใจเหยื่อไฟใต้8ศพ
ผบ.ทบ.แสดงความเสียใจญาติ 8 ทหารพลีชีพ พร้อมดูแลครอบครัวเต็มที่ ด้านกอ.รมน.ภาค4 แถลงการณ์ 5 ข้อรปภ.ประชาชน
ผบ.ทบ.แสดงความเสียใจญาติ 8 ทหารพลีชีพ พร้อมดูแลครอบครัวเต็มที่ ด้านกอ.รมน.ภาค4 แถลงการณ์ 5 ข้อรปภ.ประชาชน
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แสดงความเสียใจกับญาติ 8 ทหารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.4021 ฉก.ยะลา 13 สังกัด ร.5 พัน 2 ค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ เป็นเหตุให้มีทหารเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 8 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย ทั้งนี้กองทัพบกจะดูแลครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ของผบ.ทบ.ในช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งการให้เร่งรัดกับหน่วยงานในพื้นที่
ด้านพ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ชี้แจงเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดทหาร ร้อย ร.4021 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 06.30 เป็นเหตุให้กำลังพลเสียชีวิต 8 นาย ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และราษฎรบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ดังนี้
1. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ขอสดุดีในวีรกรรมอันกล้าหาญที่ได้ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างสุดความสามารถ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองทัพจะดูแลเยียวยาด้านสิทธิกำลังพลและสวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถและสมเกียรติ
2. นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ลงมาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอไปสู่หมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่เอื้อต่อการพัฒนาและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้นำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการเข้าไปปฏิบัติงานในหมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และส่วนราชการต่างๆ ทำให้สามารถขับเคลื่อนแผนงานโครงการเข้าไปสู่หมู่บ้านเป้าหมาย ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
3. การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงตลอด 9 ปีเศษที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มคนที่ใช้หลักศาสนา ที่บิดเบือนนำหน้าอุดมการณ์ชาตินิยมแบบสุดโต่งและตกขอบ ซึ่งได้ทำลายความหวังและโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสันติสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ เพราะว่ากำลังดังกล่าว ได้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างทุ่มเทร่วมกับพี่น้องประชาชน จนเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
4. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงดำรงความมุ่งหมายในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ด้วยการเคารพในหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และจะเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงมาดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด รวมทั้ง จะยังคงดำเนินการสนับสนุนอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในการประกอบศาสนกิจ เนื่องในเดือนรอมฎอนในปีนี้อย่างเต็มที่และมีความสุข
5. กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การพัฒนาเอกชน (NGOs) ภาคประชาสังคมและเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมกันประณามการกระทำดังกล่าวและประกาศจุดยืนในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากพบเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว กรุณาแจ้งหมายเลข 1341, 1881 หรือ 073 – 262680, 073 - 262681 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง







