
ฟังความเห็นประชาชน
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ระงับโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 โดยประเด็นสำคัญของคำพิพากษาอยู่ที่การให้รัฐบาลกลับไปดำเนินการกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และ 67 วรรคสอง
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ระงับโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 โดยประเด็นสำคัญของคำพิพากษาอยู่ที่การให้รัฐบาลกลับไปดำเนินการกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และ 67 วรรคสอง
บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวมีประเด็นสำคัญ คือ การ ให้ภาครัฐจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดำเนินโครงการ ซึ่งในมาตรา 67 วรรคสอง ได้ระบุถึงแนวทางที่ภาครัฐต้องทำอย่างเคร่งครัดไว้ 2 ประการควบคู่กับการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
1.การประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน 2.การให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพทำความเห็นประกอบก่อนการดำเนินโครงการ
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 73 ของ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา โดยหากไม่ยื่นอุทธรณ์ในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าคดีเป็นอันถึงที่สุด







