
รถหรูดัดแปลงหมดสิทธิต่อทะเบียนขนส่ง
ธาริตจ่อฟันเจ้าของรถหรูดัดแปลงเลี่ยงภาษี ประสานขนส่งไม่ต่อทะเบียนไม่เข้าตรวจตามกำหนดนัดถือว่ามีเจตนาเลี่ยง
ธาริตจ่อฟันเจ้าของรถหรูดัดแปลงเลี่ยงภาษี ประสานขนส่งไม่ต่อทะเบียนไม่เข้าตรวจตามกำหนดนัดถือว่ามีเจตนาเลี่ยง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า หลังจากมีการตรวจพบพฤติการณ์ข่าวของรถหรูนำรถไปดัดแปลงสภาพเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีว่าเป็นรถจดประกอบไปเปลี่ยนอะหลั่ยไม่ได้นำเข้ามาทั้งคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่นั้น ดีเอสไอขอเตือนไปยังผู้ครอบครอบรถยนต์ดังกล่าวว่า ดีเอสไอพยายามดูแลผู้ครอบครองรถโดยให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน และถูกผู้ประกอบการหลอกลวง แต่หากผู้ครอบครองไปหลงเชื่อผู้อื่นนำรถไปดัดแปลงสภาพ ข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จะตกไปและจะถูกดำเนินคดีฐานหลบเลี่ยงภาษีทันที และในวันพรุ่งนี้ เวลา 15.00 น.ตนจะเสนอที่ประชุมร่วม 7 หน่วยให้ออกมาตรการดำเนินคดีหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรกับผู้ครอบครองรถที่มีพฤติการณ์นำรถยนต์จดประกอบไปเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด
นายธาริต กล่าวอีกว่า อยากขอให้ผู้ครอบครองนำรถนำรถเข้ามารับการตรวจสภาพและเอกสารการนำเข้าการจัดซื้อมามอบให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบด้วย ซึ่งขณะนี้ทั้ง 7 หน่วยอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อหาแนวทางคลี่คลายความเดือดร้อนของผู้ครอบครองรถ โดยผู้ครอบครองจะต้องชำระภาษีในส่วนที่ขาดไปและนำคดีไปฟ้องไล่เบี้ยกับผู้ขาย ส่วนผู้ครอบครองรถที่หลบเลี่ยงภาษี ไม่แสดงตนนำรถเข้าตรวจสอบหลังจากนี้ดีเอสไอจะประสานกรมการขนส่งทางบกไม่อนุญาตให้ต่อทะเบียน ซึ่งจะส่งผลให้รถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีกลายเป็นรถผิดกฎหมายหรือ”รถเถื่อน” ไม่สามารถนำมาใช้บนท้องถนนได้
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า พรุ่งนี้ เวลา 13.00 น พนักงานสอบสวนนัดนายนฤนาท และนายธนันท์ ควรสวัสดิ์ 2 เสี่ยผู้ต้องหาคดีรถหรุถูกเพลิงไหม้ในท้องที่สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา เข้าให้ปากคำ โดยพนักงานสอบสวน จะสอบสวนขยายผลถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายธนธัส ขุนนุช ผู้ประกอบการร้านแอล ออโต้ ครอบครองรถยนต์หรู 28 คัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการปลอมแปลงหมายเลขเครื่อง นำไปยื่นจดทะเบียน รวมถึงผู้ทีมีชื่อครอบครองรถหรูจำนวนมาก อาทิ นายพันธุ์วศิน วิไลแก้ว ซึ่งมีชื่อครอบครองรถหรูถึง 76 คัน และมีชื่อนำเข้ารถยนต์เบนลี่ที่สน.บางกอกใหญ่ตรวจยึดและส่งให้ดีเอสไอขยายผล ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอจะเร่งขออนุมัติหมายจับ เนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์นำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีรายใหญ่







