
ห่วงศก.รากหญ้า
ในขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าและร้านค้า กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากม็อบเสื้อแดง โดยที่รัฐบาลไร้ความสามารถในการบริหารจัดการ แต่ก็ยังถือว่ารัฐบาลโชคดีที่ความขัดแย้งในทางการเมืองเกิดขึ้นในภาวะที่ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกำลังได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกขาขึ้น
เฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าเกษตร ราคาปรับตัวดีขึ้นถ้วนหน้าจากกำลังซื้อทั่วโลกที่ฟื้นตัว และปัจจัยอีกส่วนหนึ่งก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตทั่วโลกลดลงมาก เช่นเดียวกับการเพาะปลูกในไทย
ดังจะเห็นได้ว่า ปีนี้ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาดีถ้วนหน้า มีก็แต่ราคาข้าวเปลือกของชาวนาที่ยังลุ่มๆ ดอนๆ เพราะรัฐบาลผิดพลาดในการบริหารสต๊อกข้าวในประเทศจนเหลือเก็บล้นโกดัง
กลายเป็นเครื่องมือให้พ่อค้าต่อรองกดราคาข้าวจากชาวนาจนหวิดจะเกิดการชุมนุมประท้วงอยู่หลายรอบเมื่อช่วงต้นปี ดีที่ว่ารัฐยอมลงเงินเพิ่มในการรับจำนำ ปัญหาเลยคลี่คลายได้
กระนั้นก็ใช่ว่ารัฐจะสามารถนิ่งนอนใจได้ตลอด เพราะความต้องการบริโภคของตลาดโลกที่สูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรไทยเร่งเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรในทุกตัวเช่นกัน
เริ่มจากข้าว ปีนี้ถูกคาดหมายว่าผลผลิตจะพุ่งไปแตะ 30 ล้านตัน ส่วนผลผลิตอ้อยจะได้ประมาณ 70 ล้านตัน มันสำปะหลัง 27 ล้านตัน ปาล์มน้ำมัน 3 ล้านตัน และยางพาราอีก 3 ล้านตัน
ปัญหาก็คือ ความผันผวนของตลาดโลกยังมีสูง ฉะนั้นคงวางใจได้ลำบาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการผลิตและงบประมาณในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ จะได้เตรียมความพร้อมวางมาตรการรับมือไว้แต่เนิ่นๆ
แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดก่อนแล้วออกมาตรการมาตามแก้ ซึ่งทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในแต่ละฤดูกาลเพาะปลูกค่อนข้างสูงเกินจำเป็นตัวอย่างมีให้เห็นแล้วจากความผิดพลาดในการบริหารสต็อกข้าว ที่กลายเป็นปัญหายืดเยื้อมาถึงทุกวันนี้ แม้ข้าวตลาดโลกจะเป็นที่ต้องการมาก แต่คู่แข่งในการส่งออกก็มากเช่นกัน แถมได้เปรียบไทยที่ต้นทุนการเพาะปลูกต่ำกว่า เป็นปัญหาที่ไทยแก้ไม่ตก
สุดท้ายรัฐก็ต้องกลับมาพึ่งมาตรการแทรกแซงราคาข้าวด้วยการเปิดจุดรับซื้อ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับวิธีการจำนำก่อนหน้านี้ ทั้งที่รัฐประกาศเปลี่ยนมาใช้ระบบประกันแทนแล้วก็ตาม
เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่านับตั้งแต่ม็อบเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวในการจัดชุมนุมประท้วงนานนับเดือนแล้ว รัฐมนตรีหลายกระทรวงที่ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาม็อบ ก็ใส่เกียร์ว่างไม่ทำงานไปด้วย ทำให้เวลานี้นอกจากเศรษฐกิจของประเทศจะมีม็อบเสื้อแดงเป็นตัวถ่วงความเจริญแล้ว รัฐบาลก็ถือว่าเป็นตัวถ่วงที่น่าเอือมระอาในพฤติกรรมเช่นกัน







