posttoday
ไล่ล่าประชาธิปไตย

ไล่ล่าประชาธิปไตย

27 มิถุนายน 2556

ถนนประชาธิปไตยของไทยไม่ได้ราบเรียบเหมือนราดด้วยยางแอสฟัลต์ บางแห่งก็ขรุขระ หลายแห่งมีหลุมมีบ่อ การพัฒนาประชาธิปไตยใน 81 ปีที่ผ่านมา เราพบกับอุปสรรคมากมาย บ่อยครั้งที่เราตกหลุมตกบ่อจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาจนเหมือนย่ำอยู่กับที่ เวลานี้เกิดโจทย์สำหรับปีที่ 82 ที่สังคมต้องหาคำตอบให้ได้คือ ไทยเป็นประชาธิปไตยหรือยัง บางคนบอกว่าไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว บางคนบอกว่ายังไม่เป็น บางคนบอกว่าเป็นแต่เปลือก แต่ข้างในยังเป็นเผด็จการ ประชาชนจึงเกิดความสับสนว่า จะเอาอย่างไรกันแน่

ถนนประชาธิปไตยของไทยไม่ได้ราบเรียบเหมือนราดด้วยยางแอสฟัลต์ บางแห่งก็ขรุขระ หลายแห่งมีหลุมมีบ่อ การพัฒนาประชาธิปไตยใน 81 ปีที่ผ่านมา เราพบกับอุปสรรคมากมาย บ่อยครั้งที่เราตกหลุมตกบ่อจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาจนเหมือนย่ำอยู่กับที่ เวลานี้เกิดโจทย์สำหรับปีที่ 82 ที่สังคมต้องหาคำตอบให้ได้คือ ไทยเป็นประชาธิปไตยหรือยัง บางคนบอกว่าไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว บางคนบอกว่ายังไม่เป็น บางคนบอกว่าเป็นแต่เปลือก แต่ข้างในยังเป็นเผด็จการ ประชาชนจึงเกิดความสับสนว่า จะเอาอย่างไรกันแน่

อะไรคือเครื่องวัดประชาธิปไตยไทย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ แค่ไหน เพียงไร รัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ประกาศนโยบายต่อสภาตอนหนึ่งว่าจะฟื้นฟูประชาธิปไตย เวลานี้ ฟื้นฟูไปได้แล้วแค่ไหน หรือยิ่งแย่ไปกว่าเก่า เราจึงพยายามหาตัววัดซึ่งประกอบด้วย “หัวใจ 3 ดวง” และ “7 เสาหลัก” ของประชาธิปไตยได้ ดังข้างล่างนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านลองใช้วัดดูแล้วช่วยบอกหน่อยว่าไทยเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด

(1) การตรวจสอบและถ่วงดุล ซึ่งถือว่าสำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ต้องคอยตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ไม่ให้หนักไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ปัจจุบัน รัฐบาลมีเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา ทำให้ดุลแห่งอำนาจเทไปทางข้างรัฐบาลและสภา ทำให้ฝ่ายตุลาการถูกดึงจนตัวลอย ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการ องค์การอิสระเพื่อการตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ผู้ตำรวจการแผ่นดิน ถูกข่มขู่คุกคามตลอดมาว่าจะล้มบ้าง หากล้มไม่ได้ก็จะส่งคนของตนเข้าไปเพื่อคุมเสียงข้างมากในองค์กรอิสระเหล่านี้ ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของประเทศซึ่งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยมีปัญหา

รัฐบาลยึดกระบวนยุติธรรมชั้นต้น ทั้งตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แล้ว และแทรกซึมเข้าสู่อัยการซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นกลาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อศาล มาตรการตรวจสอบและถ่วงดุลมีปัญหา รัฐบาลพยายามแทรกซึมเข้าสู่ศาลยุติธรรม โดยเสนอให้การคัดเลือกประธานศาลฎีกาซึ่งเป็นประธานตุลาการต้องผ่านความเห็นชอบของสภา

(2) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รัฐบาลคุมสื่อของรัฐอย่างเข้มงวด ทั้งสื่อโทรทัศน์เสรี หรือฟรีทีวี ที่นำเสนอข่าวในกรอบที่รัฐบาลต้องการ ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารตามที่รัฐบาลต้องการให้รู้ หากอยากรู้เพิ่มเติมต้องไปแสวงหาเอง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทำได้ตราบที่ไม่กระทบต่อรัฐบาลหรือผู้นำประเทศ สื่อเอกชนถูกควบคุมผ่านการให้โฆษณาจากหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ การตรวจสอบภาษี กดดันเจ้าของสื่อในรูปแบบต่างๆ คนเขียนวิจารณ์รัฐบาลถูกคุกคาม ถูกฟ้องหรือถูกกดดันให้ออก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น คนทำสื่อ คอลัมนิสต์ ต้องเขียนอย่างระแวดระวัง ไม่สามารถวิจารณ์รัฐบาลได้อย่างเสรีเช่นก่อน

(3) การเลือกตั้ง ประเทศคอมมิวนิสต์ เผด็จการทหาร ต่างก็มีการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ข่มขู่ คุกคาม มิฉะนั้นการเลือกตั้งจะไม่สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน รัฐบาลพยายามอ้าง 15 ล้านเสียงที่ได้จากการเลือกตั้ง แต่ถามว่า การเลือกตั้งในเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมหรือไม่อย่างไร ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงจริงหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าพรรคไหนทุ่มเงินซื้อเสียงมากก็มีโอกาสได้รับที่นั่งมาก

(4) ความอดทนอดกลั้นทางการเมือง รัฐบาลและกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลบ่อยครั้งที่ไปข่มขู่ คุกคาม ใช้กำลังประทุษร้ายต่อคนที่เห็นต่างทางการเมือง ผู้นำและรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะต้องอดทนอดกลั้นต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่ถูกวิจารณ์หน่อยก็ฟ้องร้อง หรือส่งคนไปทำร้ายร่างกายกัน เราจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรหากไม่มีความอดทนอดกลั้นต่อความเห็นต่าง

(5) หลักนิติรัฐ ที่ถือเอากฎหมายเป็นสิ่งสูงสุดในการปกครองประเทศ ในขณะที่ประชาชนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ผู้อยู่ในอำนาจเลือกที่จะเคารพกฎหมายเฉพาะที่เอื้อประโยชน์ หรือตัวเองได้เปรียบเท่านั้น แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยให้พวกตนเองพ้นผิด เสนอกฎหมายล้างผิดให้พวกตนเอง รัฐบาลคุมกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นได้เด็ดขาด พยายามเข้ายึดกระบวนการยุติธรรม ขั้นกลาง และหาโอกาสแทรกซึมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมขั้นสูง

(6) ความรับผิดชอบและความโปร่งใส รัฐบาลต้องบริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่รัฐบาลกลับปกปิด ซ่อนเร้น ปรับแต่งข้อมูล เก็บงำข้อมูลบางอย่างเอาไว้ไม่ให้ประชาชนได้รับรู้ ที่เห็นได้ชัดเจนคือโครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลบริหารผิดพลาดร้ายแรง แต่ไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ

(7) การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ประชาธิปไตยไทยนั้นไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ไม่ยอมกระจายเงินให้กับท้องถิ่นตามที่สัญญาไว้ กลับกระจายการทุจริตคอร์รัปชั่นสู่ท้องถิ่นแทน

(8) การมีส่วนร่วมของประชาชน หรือ ภาคประชาสังคม รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญที่มีมูลค่ามหาศาลไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ไม่ว่าในรูปแบบของการสานเสวนา ประชาพิจารณ์ หรือประชามติ ทั้งที่ใช้เงินภาษีของประชาชน แม้เป็นการกู้มา แต่ประชาชนก็ต้องใช้หนี้อยู่ดี บางโครงการต้องใช้หนี้ถึงลูกหลานด้วย แต่รัฐบาลตัดสินใจฝ่ายเดียว

ความเป็นประชาธิปไตยจะก้าวหน้าหรือล้าหลัง ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของผู้นำ” หากผู้นำมีจิตสำนึกประชาธิปไตยก็จะผลักดันให้ประชาธิปไตยเดินหน้าไปด้วยดี ผู้นำขณะนี้เข้าใจคำว่าประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด คนรอบข้างใช้ประชาธิปไตยเป็นเพียง “ยุทธวิธี” เท่านั้น ไม่ใช่ “ยุทธศาสตร์”

จากตัววัดทั้งหมดสรุปได้ว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเพียงเปลือกนอกเท่านั้น รัฐบาลเน้นเฉพาะการเลือกตั้งที่ตนเองคุมเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา และใช้ความได้เปรียบนี้โฆษณาชวนเชื่อสะกดจิตประชาชนให้เชื่อว่านี่คือประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งที่การเลือกตั้งเป็นเพียงหนึ่งในหลายเสาหลักประชาธิปไตยเท่านั้น รัฐบาลพยายามสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและทำให้ประชาชนยอมรับ “ระบอบประชาธิปไตยโดยรัฐสภา” เท่านั้น รัฐบาลพยายามสะกดจิตประชาชนให้เชื่อว่ารัฐสภาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของประชาธิปไตย ทุกอย่างในประเทศต้องมาโยงกับสภาทั้งหมด จนนำไปสู่สภาพที่นักปราชญ์ทางรัฐศาสตร์เรียกว่า “ทรราชเสียงข้างมากในรัฐสภา”

รัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยไทยเวลานี้ก็คือ “ประชาธิปไตยของทักษิณ โดยทักษิณ เพื่อทักษิณ” โดยมียิ่งลักษณ์และพวกเป็นเครื่องมือ บริหารตามใบสั่งจนประเทศเกิดวิกฤตในทุกด้าน

ทางออกของประเทศอยู่ตรงไหน และ ใครจะเป็นคนทำ? รอไว้อ่านสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท