posttoday
ปรับฟ้าผ่า "ครม.ปู 5" ลดแรงต้านหนีตายจำนำ

ปรับฟ้าผ่า "ครม.ปู 5" ลดแรงต้านหนีตายจำนำ

27 มิถุนายน 2556

พรรคเพื่อไทยระส่ำ รัฐมนตรีผวา หลังมีใบสั่งสายฟ้าแลบเรียกว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ป้ายแดง รายงานตัวกรอกประวัติตรวจสอบคุณสมบัติที่ทำเนียบรัฐบาล

โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช

พรรคเพื่อไทยระส่ำ รัฐมนตรีผวา หลังมีใบสั่งสายฟ้าแลบเรียกว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ป้ายแดง รายงานตัวกรอกประวัติตรวจสอบคุณสมบัติที่ทำเนียบรัฐบาล ส่งสัญญาณชัดคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ยิ่งลักษณ์ 5” ติดสปีดมาเร็วกว่าที่คาด เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายภายในสัปดาห์นี้

จากเดิมที่ “นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วางแพลนไว้ขยับปรับตำแหน่งช่วงเดือน ส.ค. เนื่องในครบวาระ 2 ปีที่รัฐบาลเพื่อไทยเข้าบริหารงาน คาดการณ์ต้องปรับทัพรับศึกการเมืองที่เตรียมปะทุหนักในช่วงครึ่งเทอมหลังรัฐบาล

แต่สถานการณ์การเมืองปั่นป่วนพลิกไปมา ปรากฏว่านโยบายรับจำนำข้าวสำแดงฤทธิ์ สร้างหนี้ถ่วงเสถียรภาพการเงินการคลังของรัฐบาล จนหวั่นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข็นงบประมาณไปถึงจุดสมดุลในปี 2560 ประกอบกับปัญหาค่าเงินบาทและราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ใส่เกียร์ถอยลดราคาจำนำในโครงการข้าวนาปรังเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท

สารพัดแผลเดิมของโครงการที่บอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่เเล้วจากการถูกโจมตีทุกทาง ทั้งความโปร่งใสในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ขบวนการเอื้อประโยชน์โรงสีนักการเมือง ปัญหาข้าวนอกไหลเข้า ข้าวในเน่าค้างสต๊อก กลับถูกตอกย้ำด้วยแผลใหม่จากแรงฮึดเคลื่อนไหวของม็อบชาวนาอันเป็นฐานเสียงหลักของรัฐบาล ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดราคาจำนำถึง 3,000 บาท

พรรคเพื่อไทยเอง ที่หลายกลุ่มก๊วนเห็นพ้องกันว่ากระทรวงพาณิชย์ยังติดหล่มเดิมมา 2 ปี คือ ด้อยในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม หลายครั้งปล่อยให้ข้อมูลจากฝ่ายค้านทั้งกระแสข่าวทุจริต ชื่อ “เสี่ย ป.” ตัวเลขขาดทุน 2.6 แสนล้าน ลอยวนเวียนในหูประชาชนหลายสัปดาห์ แต่ผู้บริหารยังอ้ำอึ้ง ไร้ท่าทีเร่งคลี่คลายปมที่ถูกกล่าวหา

จึงไม่เหนือความคาดหมายที่โผ “ครม.ปู 5” ชื่อ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” เจ้ากระทรวงพาณิชย์ เป็นอันต้องหลุดโผ โทษฐานบริหารนโยบายของรัฐบาลลงเหวแบบกู่ไม่กลับ โดยเตรียมส่ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เข้ามาเสียบตำเเหน่งเเทน และเปิดทางให้ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาสวมบทขุนคลัง ส่วนที่นั่ง วราเทพ นั้น พีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร มือกฎหมายพรรคเพื่อไทยอาจเข้ามาครองที่นั่งแทน

การยอมโละ บุญทรง ทิ้งทั้งที่เป็นโควต้าสายแข็ง เจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ สะท้อนยุทธศาสตร์รัฐบาลว่าต้องการหลบทุกแรงต้านที่เสี่ยงต่อเสถียรภาพรัฐบาลเพื่อไทย โดยเบี่ยงเบนกระแสให้ประชาชนหันมาจับจ้องรูปร่างหน้าตาของ ครม.ปู 5 ตั้งความหวังกับรัฐมนตรีหน้าใหม่ที่จะเข้ามาสางปัญหาแทนรัฐมนตรีหน้าเดิม

โดยเฉพาะเมื่อเป็นการปรับหนีกระแสโจมตี ส่องโผ ครม.เเน่นอนว่าต้องไร้เงา จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีครั้งนี้ เพราะทราบดีว่าชื่อจตุพรยังเป็นสายล่อฟ้าขนานเยี่ยม มีคุณสมบัติเรียกแขกได้ทั้งฝ่ายค้าน ศาล ทหาร องค์กรอิสระ ไม่เหมาะแก่การตั้งเป็นเสนาบดีในสภาวะที่กระแสต้านทางการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มหน้ากากขาว เเละไทยสปริงที่เริ่มโหมกระหน่ำขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากปัจจัยปลดเซ่นความล้มเหลวในการบริหารงาน เเล้วส่องดูปฏิทินของรัฐบาลยิ่งสะท้อนปัจจัยเเละเหตุจำเป็นที่ 2 พี่น้อง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เลือกไทม์ไลน์ปรับ ครม.ในช่วงนี้ เพราะคาดการณ์ระยะทางข้างหน้า เดือน ส.ค. เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการพิจารณาร่างกฎหมายยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลหลายฉบับ

โดยสัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน ส.ค. รัฐสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต่อด้วยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ร่างกฎหมายสำคัญพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศ

ปิดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนด้วย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนักโทษการเมืองของ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ และ 40 สส.พรรคเพื่อไทย ที่กลุ่ม นปช.แดงอิสระเเละญาติผู้เสียชีวิตยังไม่ตกผลึกทางความคิดไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยจะนำร่างแก้ไขที่มาของ สว.มาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ยังเป็นประเด็นร้อนที่ฝ่ายค้านเเละนักวิชาการฝ่ายขวายังโจมตีว่าเป็นการกินรวบอำนาจสภาสูง เป็นการนับหนึ่งนำมาซึ่งการครอบงำองค์กรอิสระ

ก่อนที่เดือน ก.ย.จะถึงคิวแถลงผลงานของรัฐบาล ที่สำคัญไม่เเพ้ร่างกฎหมายอื่น และมีแนวโน้มสูงที่สภาจะเข็นร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มาพิจารณา โดยอย่าลืมว่าร่างปรองดองฉบับนี้มีโมเดลไม่ต่างจากร่างปรองดองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่สร้างความโกลาหลทั้งสภาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองในปี 2555 มาเเล้ว

ชัดเจนว่าช่วงเดือน ส.ค.นี้ อุณหภูมิทางการเมืองประเทศไทยจะร้อนปรอทแตก เพราะเต็มไปด้วยกฎหมายเรียกแขกรอพิจารณาในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากพรรคเพื่อไทยรอปรับทัพ ครม.ในช่วงเดือน ส.ค. ย่อมไม่เป็นผลดี เพราะอาจส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อร่างกฎหมายที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญต่อพรรคและรัฐบาลเอง รัฐบาลจึงอาศัยฤกษ์ดีปรับ ครม.ในสัปดาห์นี้ เป็นการสั่งสมกำลัง ตระเตรียมทัพล่วงหน้ารอรับศึกที่จะมาถึงในเดือน ส.ค. อันใกล้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง