posttoday
เร่งตรวจหาหลักฐานเพิ่มคดีบึ้มหน้าราม

เร่งตรวจหาหลักฐานเพิ่มคดีบึ้มหน้าราม

26 มิถุนายน 2556

ตำรวจเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมคดีบึ้มหน้าราม ระบุผู้ต้องหาที่คุมตัวไว้เป็นแค่คนดูต้นทาง ไม่ใช่มือวางระเบิด มุ่งปมขัดแย้งในพื้นที่

ตำรวจเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมคดีบึ้มหน้าราม ระบุผู้ต้องหาที่คุมตัวไว้เป็นแค่คนดูต้นทาง ไม่ใช่มือวางระเบิด มุ่งปมขัดแย้งในพื้นที่

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. เปิดเผยภายหลังจากการประชุมคดีการวางระเบิดหน้าซอยรามคำแหง 43 / 1 ว่า ขณะนี้ตำรวจนำข้อมูลมาสรุปในเรื่องของพยานหลักฐานที่เก็บได้ และความเชื่อมโยงคำรับสารภาพของผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้ตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่ามีความเชื่อมกับเกี่ยวพันธ์กับในพื้นที่เกิดเหตุอย่างไร แต่ก็เริ่มลงตัวได้หลายจุดแล้ว ซึ่งก็ต้องนำเอาภาพต่างๆ ที่ได้จากกล้องวงจรปิดไปประกอบกับคำรับสารภาพว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ถามว่าเชื่อได้หรือยังก็ต้องพิสูจน์ทราบตามพยานหลักฐานว่ามีความไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องเก็บพยานหลักฐานต้องละเอียดและเยอะมามาก และตรวจสอบภาพวงจรปิดทั้งหมดถึง 60 ตัว หากคำรับสารภาพอ้างว่ามีการเดินไปตรงไหนอย่างไร ต้องไปพิสูจน์ทราบว่าจริงหรือไม่ ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70-80 %

พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยมีการรับสารภาพว่าเข้ามาบริเวณจุดที่เกิดเหตุจริง เแต่ไม่ได้เป็นคนวาง ซึ่งอาจจะมีส่วนร่วมในการดูต้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องมาพิสูจน์ทราบว่าจริงหรือไม่ ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะไปขอเปลี่ยนหมายที่ถูกควบคุมต้องสงสัยตามพ.ร.ก.เป็นหมายจับตามป.วิอาญา เพื่อดำเนินคดีต่อไป

เมื่อถามว่าเมื่อผู้ถูกควบคุมยอมรับสารภาพแล้วจะสามารถออกหมายจับเป็นผู้ต้องหาเลยหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ยัง เนื่องจากยังไม่แน่ใจ จนกว่าพยานหลักฐานจะสอดรับกัน เพราะบางคดีที่พบผู้ต้องหารับสารภาพแล้วว่าเป็นคนฆ่าเอง พอตรวจสอบแล้วพบว่ามารับสารภาพแทนคนอื่น การทำงานพนักงานสอบสวนต้องคุยกับฝ่ายสืบสวนเพื่อดูว่าพยานหลักฐานสอดรับกัน ถ้าจับกุมตัวแล้วพยานหลักฐานไม่สอดรับกันก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ บางจุดตอนนี้เริ่มต้นตรงหลายที เช่น ที่พัก การเดินทาง แต่ในวันที่เกิดเหตุต้องไปไล่ตรวจสอบอีกว่า คนไหนที่พูดจริงหรือไม่ คนไหนยืนตรงไหนทำอะไร

"ต้องมีดูว่ามีความขัดแย้งอะไรอีก เพราะเพื่อนบางคนในกลุ่มทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องมาดูว่ามีความขัดแย้งอะไรหรือกับใคร ชวนพวกเข้ามาทำหรือเปล่า เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องค้นหา ส่วนมีการซักทอดถึงคนที่วางระเบิดหรือไม่นั้น ก็เพื่อนเขาที่ยังจับตัวไม่ได้ เขามีหน้าที่ไปดูต้นทางซึ่งส่วนผู้ต้องหาจะซักทอดไปยังคนที่ยังจับไม่ได้ สาเหตุที่อ้างเขาถูกชวนมา ซึ่งจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ อาจจะเป็นเรื่องที่มีคนมาทำงานอยู่ที่นี่แล้ว และบริเวณดังกล่าวก็มีคนขายของมาจากทางภาคใต้ด้วยกัน หรือมีความขัดแย้งกันระหว่างแผงค้าหรือเปล่า หรือมีความขัดแย้งระหว่างผู้เช่า ซึ่งเตรียมหาไว้ทุกประเด็น ขัดแย้งแผงค้าทะเลาะวิวาทภายในหรือข่มคู่ให้ตกใจกลัว แต่ต้องดูพยานหลักฐานว่ามีอะไรสนับสนุนได้มากที่สุด"พล.ต.ปริญญากล่าว

เมื่อถามว่ามีมากกว่า 2 คนหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ตอนนี้มีทั้งหมด 4 คนแล้ว แต่ก็ต้องมาพิสูจน์ทราบว่าตรงกันหรือไม่ ยืนตรงไหน เดินทางมาอย่างไร ส่วนแผนคุยกันแล้วก็ชวนขึ้นมา โดย 4 คนรู้จักกันหมด เพราะเป็นคนใต้ด้วยกัน ก็ถามว่าทำไมถึงวางจุดนี้ ก็ตอบว่าตรงนี้มีเสาไฟ มีตู้โทรศัพท์ มีจุดที่วางไว้ชัดเจน ตัวเขาไม่ได้เป็นคนวาง แต่เป็นเพียงแค่คนดูต้นทาง ส่วนระเบิดที่เขาใช้เป็นเพียงการประกอบลักษณะของระเบิดไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่ภาคใต้ ถามผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดทางภาคใต้บอกว่ายังไม่ตรง อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ยังไม่ใช่ แต่ถามว่าเชื่อหรือไม่ ก็ยังไม่เชื่อ เพราะสามารถหาอุปกรณ์แสวงเครื่องทำตรงไหนก็ได้ แต่อนุภาพของมันในการระเบิดน่าจะทำได้รุนแรงมากกว่านี้ ซึ่งก็รับว่าเพื่อนเป็นคนประกอบช่วยหยิบอุปกรณ์บางส่วน

เมื่อถามว่า กล้องวงจรปิดมีภาพคนร้ายอื่นอีกหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังค้นหาอยู่ เพราะถ้าหาคนใส่หน้ากากปิดหน้าไว้ยังไม่พอ ต้องหาคนอื่นๆ อีก แต่ตอนนี้เราได้ตัวคนที่ใส่เสื้อลายสก๊อตที่พบในภาพกล้องวงจรปิด และต้องพิสูจน์ทราบว่าพูดจริงหรือเปล่า ต้องทำให้ละเอียด อาจจะต้องรอการตรวจสอบ เพราะอาจจะทำให้ข้อมูลไขว้เขวไปคนละทาง ส่วนจะเอาตัวผู้ต้องหาขึ้นมาหรือไม่ ถ้าเป็นจริงตามที่พูด พยานหลักฐานเพียงพอก็ขออนุมัติศาลมาดำเนินคดีที่กทม. แต่ถ้าคดีเดินไปไม่ได้ เพราะอาจจะไปรับแทนใคร คดีเดินต่อไปไม่ได้ก็ไม่ขออนุมัติออกหมายจับ ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะรวบรวมพยานหลักฐานได้เสร็จสิ้นก่อนครบกำหนดการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยภายใน 30 วัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท