
ปัญหาทั้งหลายแก้ไขได้โดยวิธีการแห่งปัญญา (๑)
....พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา
๑.ขอเรียนถามพระอาจารย์อารยะวังโส ว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยพ้นจากความวุ่นวาย ดังที่เป็นอยู่ กรุณาให้คำแนะนำ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่หลายฝ่ายติดตามอ่านธรรมะจากท่านพระอาจารย์
จากประสกน้อยข้างทำเนียบฯ
๒.กราบนมัสการ พระอาจารย์อารยะวังโส
เนื่องจากคุณพ่อของผมได้อ่านบทความของท่านอาจารย์ และมีความประสงค์ที่จะขอหนังสือธรรมส่องโลกมาศึกษาและปฏิบัติ ไม่ทราบว่าผมแจ้งความประสงค์สายไปหรือเปล่าครับท่านอาจารย์ ที่จะขอรับหนังสือ
“ธรรมส่องโลก เล่มที่ ๑ และ ๒” มาให้คุณพ่อผม คุณพ่อได้อ่านแล้วมีความรู้สึกประทับใจ จึงอยากได้แบบรวมเล่มมาศึกษา...นายปรมา แต่งงาม
หมู่บ้านสันตินคร บางพลี
สมุทรปราการ
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชน ผู้สนใจในธรรม โดยเฉพาะผู้มีความตั้งใจที่จะศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งอาตมาได้ตั้งใจที่จะให้โอกาสแด่สาธุชน ได้ศึกษาธรรมะถึงบ้านผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งได้ผลอย่างยิ่งจากกระแสตอบรับที่มีจดหมายเข้ามามากมาย อันเป็นเครื่องประกันว่า
“คอลัมน์ธรรมส่องโลก” ให้ประโยชน์ในการศึกษากับสาธุชนทางบ้านจริงๆ ดังเช่น จดหมายของโยมปรมา แต่งงาม ที่มาถึงอาตมาเมื่อ ๑๙ เม.ย. ๒๕๕๓ แต่เพิ่งได้คำตอบ เพราะเรื่องมาฆบูชาโลกกำลังเดินเรื่องยาวอยู่ ซึ่งอาตมาต้องขอจบก่อน เพื่อจะได้ทยอยตอบจดหมายที่ยังคงคั่งค้างอยู่ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ที่ขอหนังสือและเทปธรรมะมา ก็ได้มอบให้ทางวัดป่าพุทธพจน์ฯ ลำพูน จัดส่งไปให้ก่อนหน้านี้แล้วทุกราย ในส่วนของคุณพ่อของโยมปรมา คงได้รับแล้ว ขออนุโมทนาที่ได้ช่วยเกื้อกูลประสานงานให้คุณพ่อกลับมาพิจารณาคำถามของโยมประสกน้อยฯ ซึ่งคงตรงใจกับคนไทยจำนวนมากที่ปรารถนาให้บ้านเมืองเข้าสู่ความสงบสุข ด้วยเหตุความขัดแย้งในสังคมที่ก่อตัวรุนแรงขึ้นจนมีการล้มหายตายจากกันไปหลายสิบศพ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ด้วยกัน มิหนำซ้ำยังพูดภาษาและอยู่อาศัยบนแผ่นดินเดียวกันอีกด้วย อีกทั้งยังเรียกตนเองว่า เป็นชาวไทยเหมือนกัน...
อาตมาเพิ่งกลับมาจากประเทศศรีลังกา เพราะไปรับสมณศักดิ์จากคณะสงฆ์ศรีลังกาแห่งสยาม อุบาลีมหานิกาย เมื่อ ๑๑ เม.ย. ๒๕๕๓ ณ เมืองแคนดี ภาพที่ได้พบเห็นขณะที่เดินทางเข้าสู่เมืองโคลัมโบ อันเป็นเมืองหลวงของศรีลังกา คือ การตรวจตราเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ คล้ายๆ กับประเทศไทย มีบรรยากาศที่คล้ายๆ กัน หวนให้นึกถึงประเทศเนปาล
เมื่ออาตมาเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในเขตชาติภูมิของพระพุทธเจ้าของเรา ซึ่งปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมของเนปาลครั้งใหญ่ เมื่อ กลุ่มการเมืองที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่เรียกว่า กลุ่มเหมาอิสต์ ได้อำนาจปกครองด้วยเสียงขานรับจากประชาชน คนรากหญ้า ที่หวังว่าจะได้อะไรดีๆ ให้กับชีวิตของตนและหมู่คณะ โดยเฉพาะการหลุดพ้นจากความยากจน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังจนอยู่ต่อไป และอาจจะหนักเข้าไปอีก เมื่อกลุ่มนักการเมืองเหมาอิสต์ (นิยมลัทธิเหมาเจ๋อตง) ไม่ได้แสดงฝีไม้ลายมือใดๆ ให้ประจักษ์แจ้งตามราคาคุย มิหนำซ้ำยังปั่นป่วนอลเวงต่อการบริหารประเทศเนปาล จนกลุ่มชาวบ้านคนรากหญ้าที่รอคอยความช่วยเหลือ
ด้วยความหวังในมิติการเมืองใหม่ เพื่อสังคมรูปแบบใหม่ เพื่อชาวไร่ชาวนา คนยากคนจนทั่วประเทศจะได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่จนแล้วจนรอด ยังลืมตาอ้าปากค้างกันอยู่ จึงต้องออกมาแสดงพลังปิดถนนไปตามเมืองต่างๆ จนชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อนต่อการเดินทาง อาตมาเองยังต้องลงจากรถเพื่อเดินเท้าให้ผ่านจุดปิดกั้นของม็อบชาวไร่ชาวนา ซึ่งลงทุนนำรถไถมาปิดตามสะพาน หรือเส้นทางแยกก่อนเข้าเมือง เพื่อเดินทางไปให้ทันการโดยสารเครื่องบินจากไบรว์ฮาวา ไปกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล
ความวุ่นวายอลเวงกระจายไปทั่วโลกในรูปแบบคล้ายๆ กัน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศอินเดีย ซึ่งสั่งสมปัญหาในสังคมมายาวนาน ได้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในหลายรัฐ จนเกิดกองกำลังติดอาวุธของพวกนิยมลัทธิเหมา มีการสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐแห่งหนึ่งจำนวนมาก หรือการก่อม็อบประท้วงอำนาจรัฐในหลายพื้นที่ ซึ่งจะขยายตัวมากขึ้น เมื่อใกล้สิ้นสุดอายุของรัฐบาล หรือข่าวธรรมชาติลงโทษมวลมนุษย์ อย่างเช่นที่ เฮติ และหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เมื่อ ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๓ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตถึง ๒ แสนคน หลายหมื่นคนบาดเจ็บ หลายพันคนพิการ หลายแสนคนอดอยาก หิวโหย ติดโรค ป่วยไข้
อาการหนักกว่าสมัยประเทศไทยถูกสึนามิถล่ม เมื่อ ๒๖ ธ.ค. ๒๕๔๗ ล่าสุดมีการเตือนภัยว่า ให้เฝ้าระวังให้ดีประมาณกลางปีนี้อาจจะมีสึนามิถล่มซ้ำ และอาจจะหนักกว่าปี ๒๕๔๗ เพราะรอยเลื่อนใต้แผ่นดินขยับใกล้เข้ามาแค่เพียง ๔๐๐ กิโลเมตร จากเดิมจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ไกลจากเราถึง ๗๐๐ กิโลเมตร แต่ก็ยังส่งภัยพิบัติจากสึนามิมาสู่ประเทศไทย
อ่านต่อฉบับหน้า







