posttoday
ตัวอย่างสาธารณรัฐเกาหลี

ตัวอย่างสาธารณรัฐเกาหลี

26 มิถุนายน 2556

คุยกันเรื่องประเทศอื่นๆ บ้างดีกว่า เพราะคุยกันเรื่องของประเทศไทยเพียงอย่างเดียวก็จะท้อใจเปล่าๆ ดูว่าสาธารณรัฐเกาหลีเขายกเครื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างไร เห็นแล้วก็น่าจะพูดได้ว่าเขาทำกันครบวงจรถึงได้ก้าวกระโดดไป แล้วก็มีโทรศัพท์มือถือ Sumsung มาให้เราใช้กันเรื่อยๆ และมีทีท่าว่าคุณภาพจะดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

คุยกันเรื่องประเทศอื่นๆ บ้างดีกว่า เพราะคุยกันเรื่องของประเทศไทยเพียงอย่างเดียวก็จะท้อใจเปล่าๆ ดูว่าสาธารณรัฐเกาหลีเขายกเครื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างไร เห็นแล้วก็น่าจะพูดได้ว่าเขาทำกันครบวงจรถึงได้ก้าวกระโดดไป แล้วก็มีโทรศัพท์มือถือ Sumsung มาให้เราใช้กันเรื่อยๆ และมีทีท่าว่าคุณภาพจะดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

สาธารณรัฐเกาหลีมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อว่า KIPO (Korean Intellectual Property Organization) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ แต่ยังอยู่ในกำกับของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของเกาหลี ถือเป็นองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาที่ใหญ่มาก ที่หัวหน้าองค์กรเป็นระดับเลขาธิการ (Commissioner) และมีหน่วยงานภายใต้องค์กรถึงประมาณ 12 หน่วย/กอง ซึ่งเฉพาะหน่วยงานที่จดสิทธิบัตรก็มีถึง 4 หน่วย/กอง ได้แก่ กองตรวจสอบเครื่องจักร โลหะและก่อสร้าง กองตรวจสอบเทคโนโลยีชีวภาพ กองตรวจสอบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกองตรวจสอบข้อมูลและการสื่อสาร (Information and Communication) โดยในปี ค.ศ. 2011 สาธารณรัฐเกาหลีมีผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรอยู่ 794 คน คงไม่ต้องเทียบกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยที่มีผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรและสิทธิบัตรออกแบบอยู่เพียง 30 กว่าคน

นอกจากนี้ ระดับความรู้ก็ต่างกันมาก KIPO มีผู้ตรวจสอบที่จบปริญญาเอกและเทคนิเชี่ยนถึง 70 คน แล้วยังมีแผนเพิ่มผู้ตรวจสอบอีกประมาณ 90 กว่าคน ซึ่งนอกจากผู้ตรวจสอบแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ประเมินการตรวจสอบอีก 16 คน เพื่อตรวจสอบซ้ำในงานบางชิ้น

KIPO มีการ Outsource ให้หน่วยงานนอก KIPO ตรวจสอบเบื้องต้นประมาณ 42.4 เปอร์เซ็นต์ของคำขอที่ยื่นมาทั้งหมด หรือประมาณ 81,500 คำขอ

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงหน่วยงานจดสิทธิบัตรเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าทางเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น และมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องมีการพัฒนาเรื่องปัจจัยอื่นๆ พร้อมๆ กันด้วย แน่นอนว่าในกรณีของประเทศไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่สามารถจ้างผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรได้มากมาย รวมถึงผู้ตรวจสอบที่มีคุณภาพด้วย เพราะอัตรากำลังข้าราชการผูกตรึงไว้ด้วยระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการการพลเรือน หรือ ก.พ. และอัตราเงินเดือนก็ถูกตีกรอบไว้ด้วยงบประมาณ กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยจึงไม่สามารถมีผู้ตรวจสอบที่จบปริญญาเอกได้ไม่ว่าสาขาไหน แถมยังขาดผู้ตรวจสอบด้านเทคโนโลยีชีวภาพอย่างมาก แต่เนื่องจากผู้เขียนได้เคยเขียนปัญหาเหล่านี้ไปแล้ว จึงจะไม่เขียนไว้ในที่นี้อีก

ประเด็นสำคัญที่จะชี้ให้เห็นว่าสาธารณรัฐเกาหลี เขาทำอะไรไปควบคู่กับเรื่องการตรวจสอบสิทธิบัตรก็คือ การส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา มีการสร้างความสามารถให้กับผู้วิจัยและธุรกิจ เพื่อให้สามารถวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้สูงขึ้น ให้ธุรกิจเอกชนสามารถสร้างและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการ

เชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนากับทรัพย์สินทางปัญญา มีการสร้างความสามารถในการวิจัยในระดับภูมิภาค

ให้การอุดหนุนช่วยเหลืออย่างครบวงจรกับ SME และ

สร้างกำลังคนด้านทรัพย์สินทางปัญญา

การเชื่อมโยงวิจัยและพัฒนากับทรัพย์สินทางปัญญานั้น สาธารณรัฐเกาหลีทำการวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีที่รัฐบาลทำการวิจัย และมีการจดสิทธิบัตร เพื่อสร้างสิทธิบัตรที่มีประโยชน์ มีเทคโนโลยีสูงในอนาคต (ระยะกลางและระยะยาว) มีการวิเคราะห์สิทธิบัติ (Patent Analysis) ตั้งแต่ระยะการวางแผน ทำการวิจัย แล้วยังเปิดเผยการวิเคราะห์ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อจะได้นำไปพิจารณาและอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการวิจัยของตน เพื่อให้ได้โครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ในด้านการให้ความช่วยเหลือ SME ก็มีการตั้งศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทั่วประเทศ เพื่อคอยให้คำปรึกษา รวมถึงการฝึกอบรมต่างๆ ด้วย

ที่สำคัญก็คือ ในเรื่องของกำลังคน สาธารณรัฐเกาหลีได้บรรจุคอร์สเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาไว้ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย และระดับเทคนิค (Graduate School) แล้วยังมบรรจุคอร์สนี้ในคณะที่สอนด้านการแพทย์ เภสัช ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการออกแบบ รวมถึงวิทยาศาสตร์และวิศวะ ยิ่งกว่านั้นยังมีการอบรมอาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้วย

ข้อสังเกตก็คือ การสอนทรัพย์สินทางปัญญานั้น เขาสอนในคณะที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยโดยตรง ต่างกับประเทศไทยที่ยังมองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นแค่เรื่องของนักกฎหมาย และมักจะมีอยู่ในหลักสูตรของคณะนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด และทำให้นักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไทยไม่สนใจว่างานที่ตนเองวิจัยว่าจะจดสิทธิบัตรได้หรือไม่ เป็นสิทธิบัตรที่มีคุณภาพหรือไม่ และที่สำคัญก็คือนำไปทำตลาดได้หรือไม่

ที่จริงสาธารณรัฐเกาหลีมีนโยบาย และโครงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยตรงอีก สิ่งที่หยิบมานี้เป็นเพียงน้ำจิ้มที่ชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่เขาพัฒนาเร็ว ก้าวกระโดดไปและแข่งขันในตลาดโลกได้ เขาให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญากันจริงจังแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท