
ดีเอสไอส่งฟ้องมาร์ค-สุเทพสั่งสลายม็อบแดง
ดีเอสไอนำ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ยื่นอัยการสั่งฆ่าเสื้อแดง เจ้าตัวปฏิเสธพร้อมยื่นขอความเป็นธรรม อัยการยันสั่งคดีด้วยความเป็นธรรม นัดฟังสั่งคดี 26 สิงหาคมนี้
ดีเอสไอนำ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ยื่นอัยการสั่งฆ่าเสื้อแดง เจ้าตัวปฏิเสธพร้อมยื่นขอความเป็นธรรม อัยการยันสั่งคดีด้วยความเป็นธรรม นัดฟังสั่งคดี 26 สิงหาคมนี้
เวลา 11.00 น. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไปยื่นต่ออัยการเพื่อให้ความเห็นหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องบุคคลทั้งสองฐานฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลในเหตุการณ์การเสียชีวิตของนายพัน คำกอง และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ รวมทั้งการบาดเจ็บสาหัสของนายสมร ไหมทอง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 ซึ่งการเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าวเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้คำสั่งของ ศอฉ. โดยดีเอสไอได้นัด ผู้ต้องหาในฐานะเป็นผู้กำหนดนโยบายและตัดสินใจในการออกคำสั่ง ศอฉ.มาส่งมอบให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อให้มีความเห็นทางคดี
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำสำนวนการสอบสวนในคดีการเสียชีวิตของ นายพัน คำกอง ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ และ การบาดเจ็บสาหัสของ นายสมร ไหมทอง แนวร่วม นปช. ที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาในคดีนี้ส่งฟ้องต่อ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่า และพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเตรียมทำหนังสือขอความเป็นธรรมในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เรื่องอำนาจในการสอบสวนของดีเอสไอมิชอบ ซึ่งทั้งสอเข้าพบอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษนานประมาณ 20 นาที จากนั้นได้เดินทางกลับ โดยอัยการนัดสั่งคดีในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 10.00 น.
ด้านนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษการสอบสวน เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้นำสำนวนการเสียชีวิตของ นายพัน คำกอง ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ และการบาดเจ็บสาหัสของนายสมร ไหมทอง แนวร่วม นปช. มาส่งมอบให้เขาพิจารณามีความเห็นทางคดี และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดี โดยมีเขาเป็นหัวหน้าคณะทำงาน และเจ้าหน้าที่อีก 5 คน ร่วมพิจารณา พร้อมกับนัดฟังการสั่งคดีอีกครั้ง ในวันที่ 26 ส.ค.นี้
นายวินัยกล่าวว่า ยอมรับว่าการพิจารณาคดีนี้ มีความหนักใจแต่ไม่ถึงกับกดดัน จะทำให้ดีที่สุดยึดตามนโยบายของ อัยการสูงสุด ที่ให้ไว้ว่า ในการพิจารณาสั่งคดีนั้น ให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ มีความเที่ยงธรรม เป็นกลาง ไม่นำแรงกดดันทางการเมืองมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาคดี และผลของการสั่งคดี จะออกมาในรูปแบบใด ก็ต้องสามารถอธิบายเหตุผล และตอบสังคมให้ได้
วันเดียวกันนายธีมะ กาญจนไพริน โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่ากรณีข้อหาที่ดีเอสไอยัดเยียดข้อหาให้นั้นไม่เป็นความจริง ดีเอสไอไม่มีหน้าที่อำนาจหน้าที่ในการไต่สวนคดีนี้ และยืนยันจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการนำมวลชนไปกดดันศาล และไม่คิดที่จะหลบหนี ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 เม.ย.56 ที่ผ่านมาและได้มีการเลื่อนคดีออกไป ซึ่งจะนัดอีกครั้งในวันที่ 8 ก.ค.56 เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา







