
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันที่ 19 เม.ย. การประกาศระดมพลเพื่อเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 20 เม.ย. โดยมีการคาดหมายว่า อาจจะเคลื่อนไปปิดถนนสีลมและธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก
1.ต้องจับตาการเปิดทำการวันแรกหลังเทศกาลสงกรานต์ของธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ที่กลายเป็นเป้าใหม่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาตั้งเวทีด้านหน้า โดยพนักงานธนาคารกรุงเทพมีการโทรศัพท์เช็กข่าวกันให้วุ่นว่าธนาคารจะสามารถเปิดได้หรือไม่ ท่ามกลางระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา มีการเสริมกำลังตำรวจเข้ามาอีก 150 คน ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาปฏิกิริยาของธุรกิจบนถนนสีลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
2.อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยว่าจะร่วงลงอีกหรือไม่ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยแดงเดือด ปิดที่ 736.16 จุด ขยับลดลง 6.78% จาก 789.66 จุด ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เคยเป็นกลุ่มที่ซื้อมาตลอดเดือนกลับเป็นขายสุทธิที่ 3,560.53 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขาย 2,761.08 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขาย 463.64 ล้านบาท
3.ขณะที่การทำงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งปรับโครงสร้างหัวหน้าชุดคุมกำลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมเพิ่มอำนาจในการใช้กำลังปราบปรามการก่อการร้าย จึงน่าสนใจยิ่งเมื่อ ศอฉ. กำหนดมาตรการเข้มข้น จะเกิดเหตุกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนตามจุดต่างๆ หรือไม่ รวมทั้งรัฐบาลจะจัดการคนเสื้อแดงภายใน 7 วัน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่
4.ภาคธุรกิจมีความเคลื่อนไหวอันเนื่องจากผลกระทบจากการชุมนุมคนเสื้อแดงเช่นกัน โดยนายธนภณ ตังคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีก นัดสมาชิกห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีก ประเมินสถานการณ์ร่วมกันเพื่อให้เสื้อแดงได้ทบทวนและมีสำนึกร่วมสร้างชาติ มิใช่ทำลายภาพลักษณ์ประเทศเสียหายอยู่อย่างนี้ เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงได้ทำลายความเชื่อมั่นและบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและชะลอตัวลง ส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจค้าปลีกเริ่มอยู่ในภาวะติดลบ
5.ภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะปรากฏตัวจริงเสียงจริงร่วมเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จากนั้นจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่กรมพลทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเดิมทั้งสองภารกิจกำหนดสถานที่การประชุมไว้ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แต่เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งและไม่น่าไว้ใจ ทั้งหมดจึงถูกโยกให้มาประชุมที่กรมพลทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
ไฮไลต์ต้องจับตาคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เนื่องจากจะมีข้อเสนอจากภาคเอกชนส่งต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาความป่วนบ้านป่วนเมืองของคนเสื้อแดงที่กำลังทำลายประเทศ กระทบการลงทุน โดยภาคเอกชนได้รวบรวมตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจ การนำเข้าส่งออกมารายงานรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงจี้สำนึกคนเสื้อแดงให้หยุดการทำลายชาติสักที
6.การบินไทยจะเปิดให้บริการของศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Thai Contact Center) ในส่วนของสำนักงานขายบัตรโดยสาร สำนักงานหลานหลวง เป็นวันแรกหลังจากปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ล่าสุดสถานการณ์ในบริเวณดังกล่าวกลับสู่สภาพปกติแล้ว ทำให้การบินไทยตัดสินใจเปิดให้บริการอีกครั้ง นอกจากนี้ สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเรียกประชุมหารือฝ่ายบริหารทั้งหมด เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว หลังจากที่เกิดเหตุความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ ททท.







