
ขายหน้า
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่น่าขายหน้าอย่างที่สุดสำหรับสหรัฐอเมริกา ที่ต้องมาวิ่งตามไล่จับ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของตัวเองแท้ๆ ที่ออกมาแฉว่าสหรัฐเที่ยวไปสอดแนมใครต่อใครทั่วโลก
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่น่าขายหน้าอย่างที่สุดสำหรับสหรัฐอเมริกา ที่ต้องมาวิ่งตามไล่จับ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของตัวเองแท้ๆ ที่ออกมาแฉว่าสหรัฐเที่ยวไปสอดแนมใครต่อใครทั่วโลก
กลายเป็นกรณีซ้ำสองภายในไม่กี่ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็เกิดกรณีของ จูเลียน อัสซานจ์ เจ้าพ่อเว็บไซต์ วิกิลีกส์ ที่ออกมาแฉข้อมูลลับที่มะกันเที่ยวไปทำอะไรๆ ไม่ดีไว้ทั่วโลก
นั่นแหละครับ คือความเป็นจริงในวันนี้ ที่สหรัฐกำลังกลายเป็นเป้าหมายที่ใครต่อใครอยากจะแฉ เพราะสหรัฐเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับทั่วโลก ไปมีเอี่ยวกับเขาทั้งหมดทั้งๆ ที่หลายประเทศก็ไม่รับเชิญ
ในความเป็นจริง สิ่งที่ สโนว์เดน และ อัสซานจ์ แฉมาตลอดนั้น ก็ต้องบอกว่าไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนัก เพราะทั่วโลกน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสหรัฐเที่ยวสอดแนมชาวบ้านไปเรื่อย ไหนจะส่งสายลับซีไอเอในสารพัดคราบกระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะยุคหลังสงครามเย็นเป็นต้นมา
แต่สิ่งที่บุคคลทั้งสองได้แฉออกมานั้น ก็เป็นการยืนยันว่าสหรัฐได้ทำจริง และสหรัฐนั่นแหละที่กำลังกลายเป็นผู้ร้ายของโลก แม้กระทั่งเป็นผู้ร้ายของประชาชนชาวอเมริกันเองที่ถูกรัฐบาลสอดแนมข้อมูลอีเมลและอื่นๆ มายาวนาน
ที่ตลกที่สุดและตลกสิ้นดีก็คือ สหรัฐมักจะแหกปากร้องกระเชอกล่าวหาคนโน้นคนนี้ว่าเที่ยวไปแฮ็กไปโจมตีเว็บไซต์ราชการและองค์กรดังๆ ในสหรัฐ โดยเฉพาะจีน ที่ถูกด่ามาโดยตลอด
ทว่าในความเป็นจริง สหรัฐเองก็ทำเหมือนกัน ดังที่ สโนว์เดน ออกมาแฉ ว่าสหรัฐสอดแนมจีนมานานแล้ว โดยเฉพาะการสอดแนมอีเมลในฮ่องกงและจีนเป็นส่วนใหญ่
เข้าตำรา ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แถมยังดูเหมือนว่าจะทำหนักกว่าชาวบ้านชาวช่องเสียอีกด้วย!
คล้ายๆ กับกรณีที่สหรัฐเที่ยวประโคมข่าว เที่ยวกดดันจีน ว่ากำลังเร่งพัฒนากองทัพ เสริมอาวุธ จนเป็นภัยคุกคามทวีปเอเชียนั่นแหละครับ สหรัฐพยายามประโคมข่าวนี้ติดต่อกันมานานหลายปี
แต่ในความเป็นจริง สหรัฐเองนั่นแหละที่สะสมอาวุธ ใช้งบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก ไม่รู้ว่ามากกว่าจีนกี่เท่า แต่มากกว่า 2 เท่าแน่นอน และในเอเชียก็มีทหารฝรั่งมะกันเต็มไปหมด
สหรัฐนี่แหละคือภัยคุกคามของจริงครับ!







