
ขอตรึงราคาสินค้าถึงมิ.ย.
โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” เตรียมถกผู้ประกอบการ ขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าถึง มิ.ย.
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะเชิญผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เข้ามาหารือเพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ราคาสินค้า และขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าต่อไปอย่างน้อยถึงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าตอนนี้มีสินค้าบางรายการที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับราคาสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก เช่น เหล็ก ทองแดง แบตเตอรี่จึงอาจจำเป็นต้องให้ขึ้นราคาได้ เช่น แบตเตอรี่ ยางรถยนต์ สายไฟรวมถึงสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนในการขนส่งสูง
“
การหารือคงจะสอบถามกันตรงๆ ว่า สินค้าไหนมีต้นทุนอะไรที่ได้รับผลกระทบบ้าง หากสินค้าใดไม่ได้รับผลกระทบมาก ก็อยากให้ช่วยตรึงราคาต่อไป เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดี รายได้ของประชาชนยังไม่เพิ่มขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรก็ตกต่ำ และยังมีการชุมนุมทางการเมืองอีก หากสินค้าพากันขึ้นราคามากอาจกระทบต่อเงินเฟ้อ ประชาชนไม่กล้าออกมาใช้จ่าย จนอาจกระทบต่อกำลังบริโภคภายในประเทศในที่สุด” นางพรทิวา กล่าวด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะต่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้ผู้บริโภคต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาล้างจาน หรือกลุ่มอาหาร จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาต่อไปอีก 3 เดือน
นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นช่วยดูแลค่าบริการที่จำเป็นไม่ให้ปรับขึ้นราคาด้วยเช่น กระทรวงคมนาคมให้ช่วยร่วมมือตรึงราคาค่าโดยสารรถประจำทาง เรือ หรือค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
“
ตอนนี้กำลังการบริโภคยังฟื้นตัวไม่ดีนัก และกระทรวงจำเป็นต้องดูแลต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการใช้จ่ายของประชาชน และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง โดยสินค้าที่จำเป็น ต้องกินต้องใช้ทุกวัน ก็ขอความร่วมมือไว้ก่อนและน่าจะตรึงต่อได้ รวมถึงค่าบริการที่ตอนนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ก็ช่วยประสานให้” นายยรรยง กล่าวอย่างไรก็ตามสินค้าที่อาจขึ้นราคา จะมีกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เหล็กเส้น สายไฟ แบตเตอรี่ เพราะกลุ่มนี้ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศดีบุก ตะกั่ว ทองแดง รวมถึงปูนซีเมนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนในการขนส่ง
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สินค้าที่มีแนวโน้มขึ้นราคาเร็วๆ นี้ ได้แก่ เหล็กแผ่นไม่เป็นสนิมรีดเย็น แบตเตอรี่รถยนต์ สายไฟฟ้า และยางรถยนต์ หลังจากผู้ประกอบการแจ้งขอปรับราคาเข้าแล้ว และอยู่ระหว่างวิเคราะห์ต้นทุน เนื่องจากเหล็กแผ่นไม่เป็นสนิมรีดเย็น ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมี่ยม มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตะกั่ว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ มีราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากราคาเฉลี่ยปี 52 ตันละ 1,849.50 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ตันละ 2,336.46 เหรียญสหรัฐในเดือนมี.ค.53 ทองแดง ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสายไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยตันละ 5,180.04 เหรียญสหรัฐ เป็นตันละ 7,470 เหรียญสหรัฐ และยางดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบผลิตยางรถยนต์ จากราคาเฉลี่ยตันละ 1,727.34 เหรียญสหรัฐ เป็นตันละ 3,051.85 เหรียญสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ มีผู้ประกอบการผลิตสินค้าต่างๆ ได้แจ้งขอปรับราคาสินค้าและตั้งราคาสินค้าใหม่เข้ามายังกรมการค้าภายในมาแล้ว 8 ราย สินค้า 5 ชนิด ได้แก่ น้ำอัดลม แบตเตอรี่รถยนต์ น้ำปลา ยางรถยนต์ และเหล็กแผ่นไม่เป็นสนิมรีดเย็น รวม 302 รายการ และมีผู้ประกอบการ 12 ราย สินค้า 6 ชนิด ได้แก่ แบตเตอรี่รถยนต์ แชมพู ผลิตภัณฑ์นม ผงซักฟอก กาแฟผงสำเร็จรูป และยางรถยนต์ รวม 91 รายการ ได้ขอตั้งราคาใหม่







