
ศิษย์เณรคำสวน‘กรมศิลป์’
ไม่ต้องขออนุญาตสร้าง‘พระแก้วมรกต’ผู้ช่วยเลขาสังฆราชเตือนสติอย่าหรูหรา
ไม่ต้องขออนุญาตสร้าง‘พระแก้วมรกต’ผู้ช่วยเลขาสังฆราชเตือนสติอย่าหรูหรา
ศิษย์หลวงปู่เณรคำ ยันสร้างพระแก้วมรกตวัดป่าขันติธรรมถูกต้อง ไม่ต้องขออนุญาตกรมศิลป์
นายสุขุม วงประสิทธิ์ ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เปิดเผยว่า การสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ที่หลวงปู่เณรคำสร้างเสร็จแล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เพราะไม่ใช่พระพุทธรูปที่ต้องขออนุญาต หรือต้องแจ้งให้ทราบว่ามีการก่อสร้าง อีกทั้งวัดในเมืองไทยมีกว่า 4 หมื่นวัด หากจะสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาเองก็สามารถทำได้ หากพระพุทธรูปนั้นไม่เข้าข่ายที่ต้องมีการตรวจสอบ หรือต้องส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลการก่อสร้าง
นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีขออนุญาตจำลองพระพุทธรูปสำคัญของสำนักช่างสิบหมู่ พบว่าการก่อสร้างพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ของวัดป่าขันติธรรมดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตก่อนจัดสร้าง ขณะนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งให้วัดรับทราบว่าการดำเนินการไม่ถูกต้อง สมควรทำให้ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรไม่มีอำนาจ เพราะไม่ได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน ทำได้แค่ขอให้วัดเร่งดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะแจ้งให้สำนักศิลปากร 15 แห่งทั่วประเทศ ไปตรวจสอบด้วยว่าในพื้นที่แต่ละจังหวัดตอนนี้มีที่ไหนก่อสร้างบ้าง หรือว่าจำลองพระพุทธรูปสำคัญโดยไม่ขออนุญาตบ้าง จากรายงานเบื้องต้นทราบว่ามีจำนวนมากที่จำลองพระพุทธรูปสำคัญแต่ไม่ยอมขออนุญาต
พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในยุคที่กำลังโจษจันพระภิกษุประเภทหรูหรานิยมนั้น อยากให้ทำความรู้จักความเป็นผู้มักน้อยสันโดษของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่าย แม้ที่อยู่อาศัยก็ไม่โปรดให้ประดับตกแต่ง ทรงเตือนพระภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “พระเณรไม่ควรอยู่อย่างหรูหรา” และพระองค์ไม่ทรงสะสมวัตถุสิ่งของที่มีผู้ถวายมา ทรงแจกจ่ายไปตามโอกาส
พระอนิลมาน กล่าวว่า ครั้งหนึ่งมีผู้แสดงความประสงค์ถวายรถยนต์สำหรับทรงใช้สอยประจำพระองค์ เพื่อความสะดวกในการที่จะเสด็จไปทรงปฏิบัติภารกิจในที่ต่างๆ พระองค์ทรงตอบผู้ที่จะมาถวายรถยนต์ไปว่า “ไม่รู้จะเอาเก็บไว้ที่ไหน” จึงเป็นอันว่าไม่ทรงรับถวาย
นอกจากนี้ ในวโรกาสทรงบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษา 80 ปี เมื่อปี 2536 หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ทูลถวายจตุปัจจัยร่วมบำเพ็ญพระกุศล 7 ล้านบาท สมเด็จพระสังฆราชทรงอนุโมทนาขอบคุณหลวงพ่อคูณ แล้วรับสั่งกับหลวงพ่อคูณว่า “ขอถวายคืนร่วมทำบุญกับหลวงพ่อด้วยก็แล้วกัน” ก็เป็นอันว่าทรงรับถวาย แล้วก็ถวายคืนกลับไป พระปฏิทาของสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะที่ทรงเป็นพระรูปหนึ่ง จึงเป็นที่น่าประทับใจ เป็นพระปฏิทาที่ควรแก่การยึดถือเป็นแบบอย่างเป็นที่สุด







