
สธ.สั่งตรวจสอบข้าวถุงปนเปื้อนยารมมอด
"ประดิษฐ"สั่งเก็บ 54 ตัวอย่างข้าวถุงตรวจปนเปื้อนสารจากยารมมอดหรือไม่ เชื่อสรุปผลได้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้
"ประดิษฐ"สั่งเก็บ 54 ตัวอย่างข้าวถุงตรวจปนเปื้อนสารจากยารมมอดหรือไม่ เชื่อสรุปผลได้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้ส่งตัวอย่างข้าว 54 ตัวอย่างจากห้างค้าปลีกเพื่อให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบความชื้น และการปนเปื้อน หลังมีข่าวลือสัปดาห์ก่อนว่าข้าวถุงปนเปื้อนสารอลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือยารมมอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ และหลังจากนั้นจะมีการสุ่มตรวจคุณภาพของข้าวบรรจุถุงอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากปัจจุบันระเบียบเดิมไม่ครอบคลุมข้าว เพราะถูกมองว่าเป็นอาหารธรรมดาของคนไทย อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีความมั่นใจในสินค้าทุกอย่างที่นำมาขายในท้องตลาดมีคุณภาพอยู่แล้ว
"เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสารปนเปื้อนในข้าว และรับรองคุณภาพข้าวได้มีการตรวจสอบก่อนจะบรรจุหีบห่อแล้ว และไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอย่างที่กังวล โดยจะมีการตรวจสารเคมีฆ่ามอด และยากันเชื้อราเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ เฝ้าระวังยาฆ่าแมลง และโลหะหนักเท่านั้น"นพ.ประดิษฐกล่าว
ทั้งนี้จะมีการหารือร่วมกันระหว่าง รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.อุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เรื่องมาตรฐานอาหารที่ผลิตในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อให้สามารถไปแข่งขันกับตลาดโลกได้ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะดูแลวัตถุดิบ กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลมาตรฐานการผลิต ส่วน อย.จะดูแลในส่วนของวัตถุดิบที่นำเข้าและมาตรฐานอาหารที่ผลิตแล้ว
นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปกติข้าวจัดเป็นสินค้าทั่วไป ความเสี่ยงน้อย และไม่เคยมีปัญหา จึงไม่ได้ถูกกำหนดเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมพิเศษ ทำให้ที่ผ่านมาผู้ผลิตข้าวบรรจุถุงส่วนใหญ่ไม่ต้องมาขอขึ้นทะเบียนกับ อย. มีเฉพาะในกลุ่มสินค้าโอท็อปบางรายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตข้าวถุงรายใหญ่ก็สามารถมาขอขึ้นทะเบียน อย.ได้
ขณะที่ นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สารกำจัดมอดนั้นมีการใช้ในโกดังเก็บข้าวอยู่แล้ว โดยสารชนิดนี้สามารถสลายตัวได้เอง หากใช้ถูกต้องตามหลักปริมาณสารตกค้างจะไม่เกินค่ามาตรฐานกลางที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) หรือมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ(โคเด็กซ์) กำหนด







