
ตรวจรถหรูวันแรกพบเข้าข่ายเลี่ยงภาษี
7หน่วยงานร่วมดีเอสไอตรวจสอบสภาพรถหรูวันแรกพบเลี่ยงภาษีเตรียมส่งกรมศุลกากรเช็คเชิงลึก
7หน่วยงานร่วมดีเอสไอตรวจสอบสภาพรถหรูวันแรกพบเลี่ยงภาษีเตรียมส่งกรมศุลกากรเช็คเชิงลึก
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่อาคารจอดรถบริษัทไปรษณีย์ไทย ชั้น7 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร่วมกับ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ นายมเหศักดิ์ พันสง่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีภาษีอากร นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นายวิรัตน์ อาชอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิคจากบริษัทเมอร์เซเดส – เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าตรวจสอบทางกายภาพของรถหรูราคา 4 ล้านบาทขึ้นไปของผู้ที่สมัครใจนำรถที่มีรายชื่อใน 548 คันเข้าตรวจสอบ
โดยรถคันแรกที่เข้ารับการตรวจทางกายภาพ เป็นรถยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น อี 240 ทะเบียน กน 819 นครสววรค์ ซึ่งทะเบียนเดิมคือ กย 4559 ของนายนิมิตร ภาวสุทธิกุล โดยในวันนี้ นายนิมิตร ได้นำรถมาให้ทางดีเอสไอและอีก7 หน่วยงานตรวจสอบทั้งหมด 3 คัน
นายธาริต กล่าวว่า ผลการตรวจรถหรูต้องสงสัยทางกายภาพโดยใช้เครื่องมือทางคอมพิวเตอร์ออนไลน์เพื่อเชื่อมต่อกับโรงงานบริษัทแม่ พบว่าตัวเลขที่อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ 3 ตำแหน่ง คือเลขตัวถังรถ เลขเครื่องยนต์ และเลขชุดเกียร์ ประกอบกับตำแหน่งบางตำแหน่งที่มีความชัดเจน ระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ประกอบมาจากรถคันเดียวกันตั้งแต่โรงงานที่ผลิต จึงเข้าข่ายลักษณะรถต้องสงสัยที่น่าเชื่อว่าจะมีการหลีกเลี่ยงการเสี่ยภาษีตามพิกัดอัตราศุลกากร
อย่างไรก็ตามการตรวจสอบในขั้นตอนนี้ ทั้ง 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีความเห็นพ้องกันว่า จะมีการทำบันทึกตรวจยึดรถคันดังกล่าวไว้ในคดีและจะทำบันทึกมอบให้เจ้าของรถนำรถไปเก็บรักษา จากนั้นทางกรมศุลกากรจะมีการตรวจเชิงลึกอีกครั้งเพื่อยืนยันความถูกต้องของเอกสาร ทั้งนี้การตรวจวันนี้เป็นการตรวจความถูกต้องทางกายภาพส่วนความถูกต้องทางเอกสารนั้นจะสอบทานอีกที และถ้าทุกอย่างตรงกันตามนี้ก็จะมีความชัดเจนในรถคันนี้ยิ่งขึ้น







