
รัฐบาลต้องกล้าหาญ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโกลบจากอินโดนีเซียแสดงความเห็นด้วยต่อแผนการขึ้นราคาน้ำมันในประเทศของประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย แม้ว่าจะถูกคัดค้านจากประชาชน โดยเฉพาะคนจนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลไปอุดหนุนราคาพลังงานกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพทางการคลัง และทำลายความเชื่อมั่นของประเทศอีกด้วย
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโกลบจากอินโดนีเซียแสดงความเห็นด้วยต่อแผนการขึ้นราคาน้ำมันในประเทศของประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย แม้ว่าจะถูกคัดค้านจากประชาชน โดยเฉพาะคนจนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลไปอุดหนุนราคาพลังงานกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพทางการคลัง และทำลายความเชื่อมั่นของประเทศอีกด้วย
สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังแดนอิเหนา ระบุอีกด้วยว่า ถึงแม้การขึ้นราคาน้ำมันในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างหนักจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่านโยบายนี้จะมีส่วนสำคัญต่อการช่วยลดภาวะการขาดดุลด้านงบประมาณของรัฐบาลให้น้อยลง และเป็นการช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อสถานะการคลังของประเทศให้กลับคืนมา
แรงกดดันจากค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักที่สุดในเอเชีย ส่งผลทำให้ธนาคารกลางของอินโดนีเซียต้องตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขึ้นไปอยู่ที่ 4.25% แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดให้กลับคืนมา
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องแสดงถึงภาวะผู้นำในการกล้าตัดสินใจใช้มาตรการลดการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศที่ใช้มาอย่างยาวนาน ด้วยการกล้าที่จะขึ้นราคาน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดที่ทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นการทำเพื่อปกป้องเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายใน







