
ขาวทั้งแผ่นดินขยายเวลาไร่รัฐบาล
โดย...ทีมข่าวการเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา บนจุดยืนต่อต้านการบริหารประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นทุกขณะ เพราะไม่ใช่แค่เฉพาะพื้นที่ กทม.เท่านั้น โดยการชุมนุมเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เริ่มขยายวงไปสู่ต่างจังหวัดตั้งแต่เหนือจรดใต้ไปจนถึงต่างประเทศ อย่าง ฮ่องกงและออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ศูนย์กลางการเคลื่อนไหวยังอยู่ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนเรือนหมื่นเข้าร่วมชุมนุมอย่างคึกคักท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ก่อนเคลื่อนขบวนไปแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาล ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศเจตนารมณ์ว่าจะยังไม่ยุติการชุมนุมจนกว่าจะสามารถขับไล่พวกประสงค์ร้ายให้หมดประเทศ และสลายตัวไปในช่วงเวลา 17.00 น.
ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่สีแดงที่เป็นฐานสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ถูกกลุ่มหน้ากากขาวใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมเช่นกัน
เริ่มตั้งแต่ ภาคเหนือ ต้องยอมรับว่า จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ถูกจับตามองมากที่สุด เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์คนเสื้อแดงรุมทำร้ายกลุ่มหน้ากากขาว แต่มาในครั้งนี้กลุ่มหน้ากากขาวสามารถรวมตัวกันบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแสดงอุดมการณ์ต่อต้านการทำงานของรัฐบาล รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้อย่างราบรื่นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
แม้ว่าที่เชียงใหม่จะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงแต่สำหรับเชียงราย ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งไปขับไล่กลุ่มหน้ากากขาวที่ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ท่ามกลางการควบคุมสถานการณ์ของตำรวจ
ส่วน ภาคอีสาน พบว่ามีการปะทะกับคนเสื้อเดงแต่โชคดีที่ไม่ถึงกับเกิดการสูญเสีย อย่าง อุบลราชธานี เกือบเกิดเหตุปะทะกันระหว่างหน้ากากขาวและกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณทุ่งศรีเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมสรรพกำลังทั้งหมด เข้ามาควบคุมสถานการณ์ป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้า
อุดรธานี กลุ่มหน้ากากขาวไม่มีเหตุปะทะกับคนเสื้อแดง แต่กลับมีตำรวจเป็นคู่กรณีแทน เนื่องจากตำรวจได้นำกำลังมากว่า 200 นาย มายังวงเวียนน้ำพุประจักษ์อุดร พร้อมกับนำรถเครื่องขยายเสียงมาประกาศไปทั่วว่า “กลุ่มหน้ากากขาวอุดรฯ ทำให้การจราจรวันนี้ติดขัด” สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก ก่อนที่กลุ่มหน้ากากขาวจะเคลื่อนไปยังสนามทุ่งศรีเมืองเพื่ออ่านแถลงการณ์แทน
โดยมีเนื้อหาสรุปว่า “ขอยืนยันจะชุมนุมไปพร้อมกับหน้ากากขาวทั่วประเทศจนกว่าไล่รัฐบาลออกไปได้”
ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมในภาคตะวันออกก็คึกคักและวุ่นวายไม่แพ้กัน โดย จ.ชลบุรี ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 1,000 คน มารวมตัวที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อยึดพื้นที่ไม่ให้กลุ่มหน้ากากขาวมาชุมนุมในบริเวณนี้ได้ตามกำหนดการ
ส่งผลให้เกิดการปะทะคารมกันแต่ไม่มีเหตุรุนแรงบานปลาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย ได้เข้าห้ามปรามไว้ได้ทันก่อนที่นางจิรพร สินธุไพร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด ประธานเสื้อแดงพัทยาที่เดินทางมาด้วยจะต้องประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้คนเสื้อแดงชุมนุม
ปิดท้ายที่ ภาคใต้ จ.พัทลุง เกิดการรวมตัวประมาณ 300 คน ที่สวนสาธารณะ สวนหลวง ร.9 เขตเทศบาลเมือง เช่นเดียวกับที่ปัตตานีมีกลุ่มหน้ากากขาวรวมตัวกัน 100 คน รวมตัวกันที่ ถนนลานวัฒนธรรม หน้าศาลากลางจังหวัด เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกดดันรัฐบาล
ทั้งนี้ ในทุกพื้นที่ที่มีนัดชุมนุม ได้มีจุดยืนร่วมกันว่าจะรวมกันทั่วประเทศในทุกวันอาทิตย์จนกว่าจะขับไล่รัฐบาลสำเร็จ







