
ผิดแล้วแก้ไข
สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ มีผู้ถามเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่ผิดพลาด ที่เขาได้กระทำลงไปแล้วในอดีตว่าควรจะทำอย่างไรดี
สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ มีผู้ถามเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่ผิดพลาด ที่เขาได้กระทำลงไปแล้วในอดีตว่าควรจะทำอย่างไรดี แน่นอนว่าคนเราไม่สามารถย้อนอดีตกลับไปแก้ไขการกระทำหรือการพูดของเราได้ อย่ากระนั้นเลย แม้แต่ความคิดไม่ดีที่คิดไปแล้ว ยังไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เลย
ดังนั้น ถ้าจะตอบด้วยหลักธรรมะแล้ว ก็คงต้องทำใจยอมรับความจริงว่า เราได้กระทำสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว และเราอาจได้รับผลของความไม่ดีหรือความชั่วที่เราได้กระทำแล้ว เมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสมให้กรรมนั้นส่งผล
ซึ่งปัจจุบันกรรมชั่วมักตามให้ผลอย่างรวดเร็ว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร MQ คิดว่าอาจจะเพราะเป็นยุคที่คนมีจิตเป็นอกุศลแรง เช่น โลภ โกรธ หลง มากหรืออย่างไร กรรมดีจึงมักให้ผลช้า แต่กรรมชั่วดูจะให้ผลเร็ว คือมักตามให้เห็นกันในชาตินี้ บางคนวันนี้ทำร้ายเอาเปรียบผู้อื่นแล้วยิ้มหัวเราะได้ลาภได้ยศอยู่ แต่หลายปีต่อมาก็มีเหตุให้ความผิดเผยตัวออกมา หรือบางคนกลั่นแกล้งใส่ความผู้อื่นด้วยวิธีการอย่างไร ไม่นานเกินรอ ตัวเขาก็ถูกกระทำเช่นเดียวกัน คราวนี้ไม่ได้ถูกใส่ความ แต่ถูกเปิดโปงความผิดของตนที่ปกปิดไว้อย่างแยบคาย เป็นที่น่าคิด ใครได้ประสบพบกับตัวเอง ก็จะไม่สงสัยเลยว่าเรื่องของกรรมนั้นมีจริง
อย่างไรก็ตาม ความผิดเพราะพลาดพลั้งบ้าง เพราะตั้งใจบ้าง ที่ทำให้เราได้กระทำความชั่วลงไปนั้น มีกันทุกคน เพียงแต่ต่างที่ความมากน้อยและประเภทที่แตกต่างกัน ด้วยความเป็นปุถุชน ดังนั้น ในทางพุทธศาสนาได้สอนให้เราแก้ไข โดยตระหนักว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งไม่ดีและตั้งใจไม่กระทำความชั่วนั้นอีก (เพียรละความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว) ถ้าให้ยิ่งดีก็ควรเร่งกระทำความดีให้มาก เพราะแม้จะไม่สามารถลบล้างผลกรรมชั่ว แต่กรรมดีก็มีผลดี ดังนั้น โอกาสที่กรรมชั่วจะชะลอการให้ผล โดยกรรมดีที่หนักๆ ให้ผลก่อนก็เป็นไปได้
สิ่งที่เราควรทำก็คือ การกระทำคืน (ปฏิสากตํ) เช่น ถ้าเราขโมยของเขาไปก็เอามาคืน หรือพยายามช่วยแก้ไขในสิ่งที่เราทำผิดไปแล้วให้กลับถูกต้อง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งที่กระทำคืนไม่ได้แล้ว ก็ต้องขอโทษ ขออภัย หากผู้นั้นมีชีวิตอยู่ ส่วนเขาจะให้อภัยหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมของผู้นั้น ส่วนมากแล้วคนผิดที่ยอมรับและขออภัยด้วยใจจริงก็มักจะได้รับการให้อภัย แม้ในทางศาลยังมักลดโทษให้ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยการขอโทษ ซึ่งคู่กับการให้อภัย เพราะไม่ใช่แต่เราจะเป็นฝ่ายทำร้ายผู้อื่น แต่เมื่อถูกผู้อื่นทำร้าย เราก็ควรให้อภัย เมื่อเราพลาดพลั้งหรือตั้งใจทำชั่วได้ เพราะอำนาจกิเลสตัณหา คนอื่นก็เหมือนกัน ใจเขาใจเรา ดังนั้นผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจแล้ว ก็จะสามารถให้อภัยต่อผู้ที่มาล่วงเกินต่อเราได้
แต่บางครั้งผู้ที่เราทำร้ายก็ไม่ได้อยู่ให้เราขอโทษ แต่เราก็ควรขอโทษอยู่ดี แม้เขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว การขอโทษขออภัยผู้ที่ล่วงลับไปแล้วกระทำได้โดยทำบุญ (เพราะให้อย่างอื่นเขารับไม่ได้แล้ว ต้องให้บุญกุศล) แล้วตั้งจิตอุทิศให้กับผู้ที่เราได้ล่วงเกิน ได้กระทำผิดพลาดต่อเขาไว้ แล้วก็ตั้งจิตขอขมาลาโทษกับเขาเสมือนกับที่เราทำกับคนเป็น ไม่ว่าเขาจะไปเกิดที่ไหน จะรับรู้หรือไม่ เราก็ควรทำ เพราะในหลายภพภูมิเขาจะรับรู้ได้และสามารถให้อภัยเราได้ ถ้าหากเขาไปเกิดในภพภูมิที่ไม่อาจรับรู้ได้ เราก็ไม่ขาดทุน เพราะเราทำบุญก็ได้บุญอยู่แล้ว ส่วนจิตที่ตั้งใจขอขมากรรมก็เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้น ผู้ทำไม่มีเสีย มีแต่ได้ จึงไม่ควรละเลย และควรกระทำให้สมควรกับความผิดความไม่ดีที่เราทำ
เมื่อกระทำคืนแล้ว ขอโทษแล้ว ก็ควรทำจิตให้ผ่องใส คิดถึงสิ่งดีๆ ที่กระทำ ไม่ควรคิดถึงเรื่องข้อผิดพลาดนั้นๆ อีก เพราะในทางธรรมแล้วการคิดไม่ดี แม้จะเป็นการคิดกลุ้มใจในความผิดที่ทำไปแล้วก็ตาม นับเป็นจิตที่ไม่ผ่องใส เป็นไปในทางอกุศล เรียกว่า จิตมีกุกกุจจะ (ความรำคาญใจในความชั่วที่ได้ทำไว้แล้ว หรือความดีที่ยังไม่ได้ทำ) เกิดประกอบ นับเป็นจิตฝ่ายชั่ว ดังนั้น เมื่อทำความผิดแล้ว ก็ควรคิดแก้ไข แต่ไม่ควรคิดกลุ้มใจ เพราะความกลุ้มใจไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่จะทำให้แย่ลง
คนดีทำผิดแล้วแก้ไข แล้วขอโทษ ไม่ใช่ปล่อยผ่านเลยไปให้เป็นปัญหาของคนอื่น หรือพยายามกลบเกลื่อน ผู้ที่ทำผิดแล้วไม่ใส่ใจ พยายามปกปิดด้วยวิธีต่างๆ โดยมากก็ทำให้ยิ่งต้องทำชั่วมากขึ้นไปอีก เหมือนกับคำที่ว่า ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องลงอยู่ดี แต่ลงเจ็บกว่าที่จะเลิกราแต่แรก จะให้ดีก็อย่าไปขี่เลยเสือ แม้จะดูเท่แต่มีผลเสียตามมา เหมือนกับกรรมชั่ว ทำแล้วอาจสนุก อาจได้ลาภได้ยศ แต่นั่นก็เหมือนขึ้นหลังเสือแล้วต้องโดนเสือ (กรรม) กัดในอนาคตแน่นอน ดีที่สุดก็รีบลงรีบเลิกเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องถลำลึก โทษกรรมก็ยังบางเบา แต่ที่ว่าทำชั่วแล้วจะไม่ให้มีโอกาสได้รับผลเลยนั้น มันก็คงยากหน่อย
ก่อนจบก็ขอฝากสุภาษิตโบราณที่เป็นความจริงเสมอว่า คนดี (ทำผิดแล้ว) ชอบแก้ไข คนจัญไร (ทำผิดแล้ว) ชอบแก้ตัว...







