posttoday
‘เต้น’ขู่ข้าวหาย10%เจอดี

‘เต้น’ขู่ข้าวหาย10%เจอดี

23 มิถุนายน 2556

ประกาศล่วงหน้าตรวจ29มิ.ย.นี้ จ้างคนกลางสำรวจหวังโปร่งใส

ประกาศล่วงหน้าตรวจ29มิ.ย.นี้ จ้างคนกลางสำรวจหวังโปร่งใส

ดีเดย์ตรวจโกดังข้าว 29 มิ.ย.นี้ ณัฐวุฒิลั่น ข้าวหายเกิน 10% จะดำเนินคดี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ จะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวทุกแห่งทั่วประเทศ โดยใช้ สตช.เป็นศูนย์ปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบการเข้าออกของข้าวตามโรงสีต่างๆ โดยให้ชาวนามายืนยันเพื่อป้องกันการทุจริต หากพบความผิดปกติให้รายงานต้นสังกัดเพื่อรายงานส่วนกลางทันที

สำหรับกรณีที่พบว่ามีปริมาณข้าวขาดหายจากจำนวนที่ได้แจ้งช่วงที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้าลงพื้นที่ หากในกองข้าวสารขาดหายไปไม่เกิน 5% ส่วนข้าวเปลือกหากหายไปไม่เกิน 10% ถือว่าผิดปกติ จะต้องแจ้งความดำเนินคดี

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้าและองค์การตลาดเพื่อการเกษตร ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดวันที่ 29 มิถุนายน ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกโกดัง โดยใช้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ ทั้งนี้ในการสำรวจจะใช้แบบฟอร์มที่กำหนดไว้แล้ว เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลที่ตรงกัน และก่อนลงพื้นที่จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะซักซ้อมทำความเข้าใจในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ตำรวจในพื้นที่ ตรวจสอบการเข้าออกของข้าวตามโรงสีต่าง ๆ โดยได้มีชาวนามายืนยัน แต่อาศัยหลักฐานราชการอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการทุจริต หากพบความผิดปกติให้รายงานต้นสังกัด เพื่อรายงานส่วนกลางทันที

องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รายงานตัวเลขปริมาณข้าวทุกชนิด ทุกประเภท จากทุกโรงสีและโกดังกลางทั่วประเทศ เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านตัน ส่วนปริมาณข้าวเปลือกอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตัน

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์เพื่อให้เป็นคนกลางในการไปสำรวจตรวจข้าวสารในโกดังทุกแห่งของรัฐบาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่ไม่ให้มีความยุ่งยากเพิ่ม และหากตรวจพบว่าใครมีส่วนกระทำผิดทั้ง เจ้าหน้าที่ โรงสี เกษตรกร จะได้รับโทษอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปจะพิจารณาควบคุมโซนนิ่งการเพาะปลูก หากเกษตรกรปลูกพืชที่รัฐบาลสนับสนุนในพื้นที่จะได้รับการดูแล เช่น พื้นที่ใดเหมาะเพาะปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง ควรปลูกพืชตามพื้นที่และความต้องการของตลาด

ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้ความร่วมมือให้ใช้สถานีที่เป็นศูนย์ปฏิบัติงานส่วนกลาง ในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานจริง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” เมื่อเช้าวันที่ 22 มิ.ย. โดยได้นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวมาร่วมชี้แจง นายกฯ ระบุว่า โครงการจำนำข้าวทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร อย่ามองแต่การขาดทุน โครงวก จตนารมณ์ของโครงการรับจำนำข้าวช่วยให้คุณภาพชีวิตของชาวนาดีขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่ามองแต่เรื่องการขาดทุน

ส่วนการปรับราคารับจำนำข้าวนาปรังเหลือตันละ 12,000 บาท เป็นการนำเสนอจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาต หรือ กขช. และคณะรัฐมนตรีก็รับทราบ ซึ่งเรามีหน้าที่ในการสร้างความสมดุลในทุกมิติ อาทิ สะท้อนต้นทุน สะท้อนคุณภาพข้าว สะท้อนราคาตลาดโลก ที่ผ่านมาเรายึดตามราคาตลาดโลก แต่เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ราคาตลาดโลกไม่ได้ปรับสูงขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้สมดุล ขณะเดียวกันถ้าราคาตลาดโลกสูงขึ้น ก็ต้องปรับราคาให้สูงขึ้น ยึดหลักความเป็นธรรม สุดท้ายต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อสร้างความสมดุลกับเศรษฐกิจในระยะยาว ต้องดูทั้ง 4 มิติให้สมดุลร่วมกัน เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของครม. ในการเห็นชอบให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวนาปรังในรอบนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าตรวจสอบโกดังต่างๆ เพื่อให้ทุกอย่างมีความโปร่งใสต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวนา

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การปรับลดราคารับจำนำข้าวของรัฐบาลจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของธนาคาร จากการสำรวจเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์แล้วกว่า 4 ล้านคน มีข้าวเปลือกเข้ากระบวนการรับจำนำส่งมอบ ธ.ก.ส.กว่า 40 ล้านตัน มีจำนวนเงินที่ ธ.ก.ส.จ่ายตรงเข้าบัญชีเงินฝากเกษตรกรกว่า 6.2 แสนล้านบาทสร้างความพอใจให้เกษตรกรเป็นอย่างมาก หลายคนสามารถปลดหนี้นอกระบบได้ และสามารถจ่ายหนี้คืนธนาคารจนสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ลดลง จากร้อยละ 7 เหลือไม่ถึงร้อยละ 4 ภาย 2 ปี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินออมในบัญชีมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลเงินออมรายย่อยในโครงการรับจำนำข้าว มีเกษตรกรร่วมโครงการรับจำนำข้าวร้อยละ 80 มีเงินออมเพิ่มขึ้นจาก 1.4 แสนล้านบาทเป็น 2.5 แสนล้านบาท และแม้จะปรับลดราคารับจำนำข้าวลง 3,000 บาทต่อตัน ก็ไม่น่ากระทบรายได้เกษตรกร เพราะรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตไว้แล้ว นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ได้เสนอขอเงิน 4 แสนล้านบาท เป็นทุนหมุนเวียนโครงการรับจำนำรอบใหม่แล

นายนายกิตติรัตน์ กล่าวถึงผลการลดราคาจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตันเ ป็น 12,000 บาทต่อตันว่า ช่วงการกำหนดราคารับจำนำตอนนั้น มีราคาข้าวต่างจากปัจจุบัน มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างกัน อุปทานการผลิตของคู่แข่งก็ต่างกัน ทำให้ส่วนต่างราคาและต้นทุนราคามีการกำหนดคร่าวๆไว้ ซึ่งต้องเป็นวินัยการคลังที่ต้องดูแล เพราะการดูแลในกรอบเหมาะสมเป็นเรื่องจำเป็น แต่การขายข้าวเมื่อเทียบกับตลาดโลก เราต้องอยู่กับความจริง และรับจำนำที่ลดลงไปบ้าง แต่ถ้าราคาเปลี่ยนแปลงก็สามารถกำหนดราคาใหม่ได้ เพราะกลไกตลาดโลกเป็นเรื่องสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ไม่ใช่เรื่องถอยอะไร

“ผมไม่เห็นด้วยใช้คำว่าขาดทุน เพราะการดูแลเกษตรกรต้องมีเงินอุดหนุนเข้าไป จึงอยากให้คนทั้งประเทศจะเข้าใจเกษตรกรและรัฐบาลด้วย แต่การปิดบัญชีของกขช.มีข้อมูลชัด รัฐบาลก็ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทาง หากรัฐบาลใช้งบขาดดุลมากๆ การดูแลเกษตรกรสามารถทำได้ แต่เรามีความชัดเจนการเข้าสู้วินัยการคลังในงบสมดุล”นายกิตติรัตน์ กล่าว


นายวราเทพ กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์เพื่อให้เป็นคนกลางในการไปสำรวจตรวจข้าวสารในโกดังทุกแห่งของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่ไม่ให้มีความยุ่งยากเพิ่ม และหากตรวจพบว่าใครมีส่วนกระทำผิดทั้ง เจ้าหน้าที่ โรงสี เกษตรกร จะได้รับโทษอย่างเด็ดขาด และต่อไปจะพิจารณาการควบคุมโซนนิ่งการเพาะปลูก หากเกษตรการปลูกพืชเกษตรที่รัฐบาลสนับสนุนในพื้นที่จะได้รับการดูแล เช่น พื้นที่ใดเหมาะเพาะปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง ควรปลูกพืชตามพื้นและความต้องการของตลาด

ขณะที่ นายบุญทรง กล่าวว่า การกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 12,000 บาทต่อตัน ได้กำหนดไว้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 56 แต่หลังจากนั้น คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จะพิจารณาราคาตลาดโลก เพื่อตัดสินใจคำนวณราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า และข้าวหอมมะลิ เพื่อรับจำนำข้าวในนาปี 56/57 โดยต้องเร่งตัดสินใจ ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้มีเวลาตัดสินใจว่าจะปลูกข้าวอย่างไร

ส่วนนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การรับจำนำข้าวเปลือกในช่วง 2 ปี 4 รอบฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา มีเกษตรกรร่วมโครงการ 4 ล้านราย ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้เกษตรกรไปแล้ว 6.2 แสนล้านบาท ปริมาณข้าวรับจำนำ 40 ล้านตัน แต่จากการสอบถามเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ยอมรับว่ามีเงินออมในบัญชีออมทรัพย์ของเกษตรเพิ่มสูงขึ้น 104,000 ล้านบาท และได้ทำให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ส่งผลให้ยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงจากร้อยละ 7 ในช่วงเริ่มโครงการรับจำนำลดเหลือ 4 % ในปัจจุบัน

การปรับลดราคารับจำนำข้าว”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแบบฟอร์มลงพื้นที่สำรวจโกดังรับจำนำข้าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ในวันที่ 29 มิ.ย. โดยเชิญผู้บังคับการตำรวจจังหวัดต่างๆ มาประจำยังส่วนกลาง และให้รองผู้บังคับการตำรวจจังหวัด เป็นผู้ควบคุมดูแลความเคลื่อนไหวของโกดังรับจำนำข้าว รายงานผลมายังส่วนกลาง จึงขอความร่วมมือประชาชนที่พบเห็นความผิดปกติ แจ้งมายังหมายเลข 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ตลอด 24 ชม.

ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การปรับลดราคารับจำนำข้าว” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.62 ไม่เห็นด้วย กับการที่รัฐบาลลดราคาจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100 เปอร์เซ็นต์ จากตันละ 15,000 บาท เป็น 12,000 บาท เพราะ เห็นใจเกษตรกร ทำให้มีรายได้จากการขายข้าวลดลง อีกทั้งต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น (ค่าปุ๋ย ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรง เป็นต้น) ทำให้ชาวนาเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น ควรไปแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชันของระบบขั้นตอนจะดีกว่า ขณะที่ ร้อยละ 36.62 เห็นด้วย เพราะรัฐบาลไม่ต้องแบกค่าใช่จ่ายส่วนต่างราคาข้าว ซึ่งทำให้รัฐขายข้าวขาดทุน

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 63.38 ระบุว่า ไม่ควรลดราคาจำนำลง เพราะข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่มีคุณภาพดีอยู่แล้ว และมีต้นทุนในการผลิตสูง และร้อยละ 26.68 ระบุว่า ควรลดราคาการรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิ เหมือนกับการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ถ้าปรับก็ควรจะปรับลดให้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ