
แฉเสื้อแดงยึดบัตรประชาชนทำชาวบ้านกลับไม่ได้
ศอฉ.แฉเสื้อแดงยึดบัตรประชาชน ชาวบ้านกลับบ้านไม่ได้ แนะให้แจ้งความออกจากพื้นที่
ศอฉ.แฉเสื้อแดงยึดบัตรประชาชน ชาวบ้านกลับบ้านไม่ได้ แนะให้แจ้งความออกจากพื้นที่
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ. ) แถลงว่า ศอฉ.ได้รับการแจ้งจากประชาชน ส่วนหนึ่งที่หลงเชื่อคำยุยงแล้วเข้ามาร่วมการชุมนุม ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชักชวนหรือแนวร่วมไปยึดบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ไม่กล้าเดินทางกลับบ้าน จึงขอแจ้งว่าทุกคนสามารถออกจากพื้นที่กลับบ้านได้ โดยไปแจ้งกับตำรวจหรือทหารว่าประสงค์จะกลับบ้าน แม้ว่าจะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทางเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับบ้านให้ จากนั้นค่อยกลับไปแจ้งความว่าบัตรประจำตัว หรือเอกสารถูกยึด เราพร้อมอำนวยความสะดวกให้ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมายได้ ขึ้นอยู่ที่ประชาชนโดยทั่วไป ที่หลงเชื่อและถูกยุยงให้มาร่วมชุมนุม ถ้าประชาชนออกจากพื้นที่ได้เร็วเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถปฏิบัติงานได้ง่ายเท่านั้น
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 20 เม.ย. คงจะพยายามเชิญชวนประชาชนเข้ามาร่วม เพื่อใช้เป็นโล่ในการกำบัง ฉะนั้นหน้าที่ของ ศอฉ.ต้องทำให้พื้นที่การชุมนุมมีความปลอดภัยมากที่สุดต่อประชาชน ด้วยวิธีการป้องกันไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม ด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด จึงมีจำเป็นที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้ป้องกันให้ได้ด้วย ซึ่งจำนวนผู้ชุมนุมเมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย.มีจำนวน 13,000 คน ส่วนเช้าวันที่ 18 เม.ย. มีจำนวน 4,000 คน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การสลายการชุมนุมบอกไม่ได้ บอกแล้วก็ทำงานไม่สำเร็จ แต่พร้อมเมื่อไหร่ เราจะทำทันที ส่วนการปรับโครงสร้าง ศอฉ. ให้พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เข้ามานั้น ทำให้สายการบังคับบัญชาสั้นลง ของเดิมต้องให้นายสุเทพ เป็นคนสั่งในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแต่วันนี้ผบ.ทบ.สั่งกำลังใช้ได้ทันที แต่ต้องรายงานตามสายบังคับบัญชาให้นายสุเทพ ทราบ ส่วนการประชุมนายระดับหทาร 5 เสือ ในวันจันทร์ที่ 19 เม.ย.นั้น เป็นการประชุมหน่วยตามรอบเดือนปกติ แต่จะมีการชี้แจงเรื่องการชุมนุมที่ผิดกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบด้วย เพราะหน่วยขึ้นตรงมาจากทุกภูมิภาค การปฎิบัติงานเฉพาะศอฉ.ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปฏิบัติงานกับ กอ.รมน.ภาค ในการตั้งด่านตรวจจุดสกัดตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง







