
ทยอยปิดจุดจำนำข้าวฝ่ายค้านอัดสต๊อกบวม
อคส.ทยอยปิดจุดรับจำนำ ฝ่ายค้านหวั่นลดราคา ระบายสต๊อกยาก กระทบหนักส่งออก
อคส.ทยอยปิดจุดรับจำนำ ฝ่ายค้านหวั่นลดราคา ระบายสต๊อกยาก กระทบหนักส่งออก
นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า ได้ยกเลิกหนังสือชะลอการรับจำนำข้าวที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว พร้อมได้ออกประกาศฉบับใหม่ โดยตั้งแต่วันที่ 20-30 มิ.ย. อคส.จะจำกัดวงเงินการรับจำนำข้าวของเกษตรกรไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย ตามมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และจะทยอยปิดจุดนอกพื้นที่ ที่ไม่มีข้าวหรือข้าวน้อย เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดย อคส.จะได้เชิญกรมการค้าภายใน องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และผู้ว่าราชการจังหวัด มาหารือเพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติต่อไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปรับลดราคารับจำนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท เพราะการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องข้าวที่ค้างในสต๊อกอีก 17 ล้านตัน ที่ต้องระบายออก รัฐบาลต้องเร่งสะสางความเสียหายจากโครงการนี้โดยเร็วที่สุด ทั้งความเสียหายจากการส่งออกและคุณภาพข้าวที่ต่ำลง
“เมื่อชาวโลกรู้ว่าไทยมีการลดราคาจำนำ ก็จะกระทบราคาในการระบายข้าวต่อจากนี้ด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ แม้รัฐบาลบอกว่าจะใช้ราคารับจำนำใหม่ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ แต่ขณะนี้เริ่มชะลอการรับข้าวเข้าโครงการแล้ว ทำให้ชาวนาปลูกข้าวในขณะนี้ต้องเสียประโยชน์เกวียนละ 3,000 บาท
โดยจะขออนุมัติจากคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดต่อไป รวมทั้งจะมีการสื่อสารไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจตรงกัน และจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยในระหว่างนี้ชาวนายังสามารถรับจำนำข้าวเปลือกได้ที่ตันละ 1.5 หมื่นบาทเหมือนเดิม
ด้านองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ยกเลิกหนังสือชะลอการรับจำนำข้าวที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว โดยระบุว่าการชะลอรับจำนำข้าวเป็นเพียงการหารือภายในเพื่อตรวจสอบสต็อกข้าวให้ชัดเจนหลังจากกขช.มีมติปรับลดจำนำข้าว
นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ได้ยกเลิกหนังสือชะลอการรับจำนำข้าวที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว อคส.ได้ออกประกาศฉบับใหม่ โดยตั้งแต่วันที่ 2030 มิ.ย. อคส.จะจำกัดวงเงินการรับจำนำข้าวของเกษตรกรไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เพื่อให้เป็นไปตามมติของกขช. แต่จะทยอยปิดจุดนอกพื้นที่ ที่ไม่มีข้าวหรือข้าวน้อย เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยจะขออนุมัติจากคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดต่อไป รวมทั้งจะมีการสื่อสารไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจตรงกัน และจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยในระหว่างนี้ชาวนายังสามารถรับจำนำข้าวเปลือกได้ที่ตันละ 1.5 หมื่นบาทเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. จะปรับราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100% เหลือราคาตันละ 1.2 หมื่นบาท ส่วนข้าวเปลือกชนิดอื่นๆ ให้ปรับลด 20% จากราคาเดิม ซึ่ง อคส.จะได้เชิญกรมการค้าภายใน เจ้าหน้าที่ อคส. และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และผู้ว่าราชการจังหวัด มาหารือเพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติต่อไป
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินโครงการจำนำข้าวตามนโยบายที่ประกาศไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตันแล้ว แต่เนื่องจากราคาข้าวในตลาดโลกไม่ได้ตอบสนองทิศทางตามอย่างที่คาดหวังไว้ ทำให้รัฐบาลต้องประกาศปรับลดราคาจำนำลง
อย่างไรก็ดี ราคาขายข้าวไทยในตลาดถือว่า ยังดีกว่าคู่แข่ง เพียงแต่ราคาข้าวของคู่แข่งต่างๆ ล้วนตกลง
ในเมื่อกรอบที่จะต้องดูแลมากกว่าที่กำหนด รัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องปรับ โดยมีการพูดกันว่า ทั้งนี้ หากราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นหรือรายได้ที่จะเกิดจากการขายสินค้าให้เกินกว่ากรอบ รัฐบาลพร้อมที่จะปรับให้สอดคล้อง ดังนั้นจึงต้องการขอความเห็นใจจากชาวนาด้วยว่า การปรับลดราคาลงดังกล่าวเป็นเรื่องของการรักษาวินัยทางการคลัง







