
รัฐบาลเข้ามุมอับรายได้ทรุดรายจ่ายพุ่ง
สถานการณ์ รายได้ของประเทศตอนนี้ต้องถือว่าอยู่ในภาวะแข็งนอกแต่กลวงใน แม้ว่าผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2556
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
สถานการณ์ รายได้ของประเทศตอนนี้ต้องถือว่าอยู่ในภาวะแข็งนอกแต่กลวงใน แม้ว่าผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2556 จะเก็บได้สุทธิ 1.433 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้า 8.41 หมื่นล้านบาท หรือ 6.2%
แต่ทว่า ช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือ 4 เดือน ของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจะยืนการเก็บรายได้ให้ได้ตามเป้า 2.19 ล้านล้านบาท ที่ตั้งไว้ตามเอกสารงบประมาณยังเป็นเรื่องยากลูกผีลูกคน
เพราะหากดูปัจจัยต่างๆ แล้ว ต้องบอกว่าเป็นลบมากกว่าบวก ตั้งแต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดจากที่คาดว่าจะได้ 5.5% แต่ผ่านไปได้ครึ่งปีก็มีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจเหลือ 5.2% ซึ่งเศรษฐกิจที่แผ่วลงแบบกะทันหันย่อมกระทบกับการเก็บรายได้โดยตรง
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กรมสรรพากร ที่เป็นผู้เก็บรายได้คิดเป็นสัดส่วน 80% ของรายได้ทั้งหมด ออกมาส่งสัญญาณว่า การเก็บภาษีอยู่ในช่วงขาลง แม้ว่าที่ผ่านมา 8 เดือน จะเก็บภาษีได้เกินเป้า 2.94 หมื่นล้านบาท
สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ออกมาเปิดเผยว่า กรมได้กดลูกคิดการเก็บภาษี 4 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณอยู่ในฐานะย่ำแย่ โดยทั้ง 4 เดือนจะต่ำกว่าเป้าทุกเดือน อย่างดีก็เก็บภาษีทั้งปีได้ตามเป้า 1.74 ล้านล้านบาทเท่านั้น
หากแย่กว่านั้นอาจจะถึงขั้นต่ำกว่าเป้า ถึงแม้ว่าจะต่ำกว่าเป้าไม่มากแค่หลักร้อยล้าน แต่ก็ฟ้องว่าการเก็บรายได้ของรัฐบาลอยู่ในช่วงวิกฤต
เพราะจากการประเมินของกรมสรรพากรแสดงให้เห็นว่า การเก็บภาษีของกรมใน 4 เดือนสุดท้ายจะต่ำกว่าเป้าถึง 3 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
ยิ่งลงไปดูรายละเอียดที่กรมสรรพากรประเมินการเก็บภาษีทั้งปี 2556 ยิ่งต้องบอกว่าน่าเป็นห่วง
กรมสรรพากร ระบุว่า การเก็บภาษีนิติบุคคลทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าหมาย 5.62 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.8% ซึ่งตองบอกว่าเป็นพิษจากนโยบายลดภาษี
นอกจากนี้ การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งปีคาดว่าจะเกินเป้า 400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญ การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นภาษีตัวใหญ่ที่สุด ถือว่าเป็นวิกฤตรายได้หนักหนาสาหัสสากรรจ์
กรมสรรพากร ระบุว่า การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ผลกระทบจากการชะลอตัวจากการบริโภค และการหดตัวของการส่งออกอย่างรุนแรง ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดลงมาก
การเก็บรายได้ของรัฐบาลยังลามไปถึงปีงบประมาณ 2557 ที่จะเริ่มในปลายปี กรมสรรพากรประเมินว่าเป้าการเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2557 มีเป้า 1.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.59% แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ภาษีหายไปอีก 2.2 หมื่นล้านบาท การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทำให้ภาษีหายไปอีก 2.5 หมื่นล้านบาท ลดหย่อนภาษีในโครงการบ้านหลังแรกภาษีหายไป 2,400 ล้านบาท รวมภาษีหายไป 5 หมื่นล้านบาท
เมื่อเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่า หากกรมสรรพากรจะเก็บภาษีได้ตามเป้าจะต้องเก็บภาษีให้ขยายตัวถึง 9.4% เพื่อชดเชยในส่วนที่หายไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่าย
ปัญหาการเก็บภาษีของกรมสรรพากรต่ำกว่าเป้า จึงสั่นคลอนรายได้ของรัฐบาลไปด้วย
หากย้อนไปดูการเก็บรายได้ของรัฐบาลปีงบประมาณ 2555 รัฐบาลเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าประมาณ 3,000 ล้านบาท แม้ว่าไม่มาก แต่ก็เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า
แสดงให้เห็นว่า การเก็บรายได้ของรัฐบาลมีปัญหามาตั้งแต่ปีก่อนหน้า และยังส่งผลไปในงบประมาณต่อไปอีกด้วย ส่งผลให้รัฐบาลนั่งไม่ติด ต้องหาทางยกเครื่องการเก็บรายได้
ด้วยการรีดเลือดกับปู โดยกรมสรรพากรมีแผนเพิ่มเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรอีก 2,000 คน เพื่อใช้เดินเท้าเก็บภาษี และสร้างทีมวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บภาษี ไม่ให้ผู้เสียหลีกเลี่ยงภาษีไม่ครบ
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนระบบไอทีเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อตรวจเช็กการเสียภาษีของผู้เสียภาษีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เรียกว่าเอกซเรย์ผู้เสียภาษีทุกย่างก้าว
ในอนาคตอันใกล้ผู้เสียภาษีต้องรับกับมหกรรมรีดเลือดกับปูแน่นอน







