
ชูวิทย์หวั่นคนขับรถเอกยุทธถูกตัดตอน
ชูวิทย์เตือนแจ๊ดหวั่น 'บอล' ถูกฆ่าตัดตอนคาคุก ‘อนุชัย’ เผยคดีคืบ 20% วอนอย่าด่วนสรุปตร.เร่งปิดคดี
ชูวิทย์เตือนแจ๊ดหวั่น 'บอล' ถูกฆ่าตัดตอนคาคุก ‘อนุชัย’ เผยคดีคืบ 20% วอนอย่าด่วนสรุปตร.เร่งปิดคดี
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาเทนราษฎร พิจารณาความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินชื่อดังและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ โดยเชิญ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายเอกยุทธเข้าชี้แจงด้วย
ทั้งนี้การประชุมในช่วงแรกเป็นการไล่เรียงลำดับช่วงเวลาการสังหารนายเอกยุทธและรายละเอียดที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ กมธ.เชิญมาชี้เเจง ก่อนที่นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ประธาน กมธ.จะให้นายสุวัตรซักถาม
นายสุวัตร เปิดเผยว่า ไม่ได้เป็นทนายความให้นายเอกยุทธตั้งแต่แรก เพราะนายเอกยุทธมีทนายความอยู่แล้ว แต่ระยะหลังนายเอกยุทธมาติดต่อให้ตนเป็นทนาย โดยให้เหตุผลว่ามีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นกับรัฐบาลจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของอดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่เมืองนอก และนายกฯ คนปัจจุบัน ในกรณี ว.5 โฟร์ซีซันส์ จึงอยากได้ทนายความที่เชี่ยวชาญในการสู้คดีกับอำนาจรัฐ
ทั้งนี้การทำงานร่วมกันที่ผ่านมาได้เจอนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล บ่อยครั้ง โดยละหลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบประวัตินายสันติภาพพบว่าเคยชิงทรัพย์ร้านทองและลงมือกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หลายครั้ง อีกทั้งนายสันติภาพเคยเป็นลูกน้อง ร.อ.มนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองตุ๋ย ก่อนจะมาเป็นคนขับรถให้นายเอกยุทธเพียง 7 เดือน
อย่างไรก็ตามสังเกตว่านายเอกยุทธนั้นดูแลนายสันติภาพเป็นอย่างดี เจ้านายกินอะไร ลูกน้องกินแบบนั้น และยังให้เงินเดือนสูงถึง 1.5 หมื่นบาททั้งที่เป็นงานสบาย จนถึงขั้นนายสันติภาพมาชวนคนขับรถตนไปทำงานด้วย ดังนั้นไม่เชื่อว่าประเด็นแรงจูงใจต้องการทรัพย์สิน รวมถึงการที่นายเอกยุทธไล่คนที่นายสันติภาพมีสายสัมพันธ์เชิงชู้สาวด้วยออกจากงานนั้นจะเป็นเหตุให้นายสันติภาพสังหารนายเอกยุทธ เพราะผู้ที่นายสันติภาพมีความสัมพันธ์ด้วยมีอายุถึง 40 ปี ขณะที่นายสันติภาพมีอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ไม่น่ามีแรงจูงใจถึงขั้นฆ่า ดังนั้นเชื่อว่าปมการสังหารมาจากความขัดแย้งกับผู้ที่มีอำนาจรัฐในอดีตและปัจจุบันมากกว่า
“ข้อมูลหลักฐานในมือผมมีอีกเยอะ ถึงขั้นวันที่ 5 ก่อนที่นายเอกยุทธจะถูกอุ้มหายตัวไป เขายังเคยบอกกับผมว่า ถ้าเขาถูกอุ้มไปจะเป็นฝีมือใครที่อุ้มเขา” นายสุวัตรกล่าว
นอกจากนี้นายสุวัตร ยังเร่งรัดให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนปมข้อสงสัยการสังหารนายเอกยุทธ 13 ข้อที่ยื่นก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะมีการแจ้งเบาะแสมาว่าในวันที่นายเอกยุทธไปรับประทานอาหารที่ร้านครัวกระแต ถ.ประดิพัทธ์ นั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายทหารและตำรวจรวมตัวกันอยู่บริเวณปากซอยประดิพัทธ์17 โดยมีกล้องวงจรปิดของร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน หากนำภาพจากกล้องดังกล่าวมาตรวจสอบก็จะรู้ว่าเป็นใคร
พล.ต.ต.อนุชัย ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน ยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เร่งปิดสำนวนคดีตั้งปมการฆาตกรรมจากสาเหตุการชิงทรัพย์เท่านั้น โดยขณะนี้กระบวนการดำเนินการสืบสวนคืบหน้าเพียง 20% เท่านั้น ยังคงมีการสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตอื่น อีกทั้งขั้นตอนยังต้องผ่านการกลั่นกรองของอัยการ และให้ศาลเป็นผู้พิพากษา ดังนั้นมีขั้นตอนรอดำเนินค้นหาความจริงอีกมาก ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และอย่าด่วนสรุปเกินไป
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่า ปมข้อสังสัยการฆาตกรรม 13 ข้อที่นายสุวัตรยื่นมานั้นจะเร่งรัดดำเนินการให้คลี่คลายภายใน 7 วัน ทั้งนี้เป็นไปตามที่ พล.ต.ต.อนุชัย ระบุว่าคดีคืบหน้าเพียง 20% เท่านั้น อยากให้หลายฝ่ายใจเย็น เพราะเชื่อว่าหากดำเนินการถึง 50% ปมฆาตกรรม 13 ข้อจะได้รับการคลี่คลายแน่นอน
ด้านพ.ต.อ.สรรคห์กิจ บำรุงสุขสวัสติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังทองหลาง ชี้แจงว่า 1 ใน 13 ปมที่นายสุวัตรตั้งข้อสงสัยว่ามีกลุ่มชายต้องสงสัยบริเวณปากซอยประดิพัทธิ์ 17 หน้าโรงแรมประดิพัทธิ์ในวันที่นายเอกยุทธถูกอุ้มนั้นฝ่ายสืบสวนได้ไปตรวจสอบแล้วไม่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นายสุวัตรระบุแต่อย่างใด
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. กล่าวชี้เเจงเพิ่มเติมว่า หากนายสันติภาพมีความเกี่ยวโยงกับร.อ.มนัส จริง จะดำเนินการจับกุมเอง แต่ตรวจสอบประวัตินายสันติภาพเเล้วพบว่าเคยทำงานเป็นพนักงานขับรถ 5-6 บริษัท มี 2 บริษัทใหญ่คือ บริษัท ดัชมิลค์ จำกัด และบริษัท จิมทอมป์สัน จำกัด โดยที่บริษัทดัชมิลค์นายสันติภาพทำงานเพียงปีเดียวก็ถูกไล่ออกเพราะเล่นการพนัน ส่วนข้อมูลการทำงานที่บริษัทจิมทอมป์สันนั้นอยู่ระหว่างการขอเอกสาร ซึ่งทั้ง 2 แห่งนายสันติภาพได้สมัครงานผ่านทางเว็บไซต์หางานเช่นเดียวกันกับการสมัครเป็นคนขับรถนายเอกยุทธ
ขณะที่ความเห็นจากคณะกรรมาธิการ สส.ได้แสดงความเห็นจำนวนมาก โดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ สส.พรรครักประเทศไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า วันนี้บอกตามตรงว่าสงสารตำรวจที่ทำงานลำบาก เนื่องจากมีคนภายนอกต่างตั้งธงสรุปเหตุการตายไปล่วงหน้าก่อนแล้ว และนำธงของตัวเองนั้นมาโยนให้ตำรวจอีกที อย่างไรก็ตามอยากเตือนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ว่า หากระบุว่าจะคลี่คลายปมสังหารภายใน 7 วันนั้น กังวลว่าก่อนจะถึง 7 วันที่ว่า ในวันที่ 6 นายสันติภาพอาจกลายเป็นศพผูกคอตายในห้องขังแล้ว ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความถึงว่าเป็นฝีมือตำรวจ แต่นายสันติภาพถือเป็นผู้ถือความจริงไว้ทั้งหมด หากมีผู้อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตจริง ย่อมต้องการตัดตอนพยาน หลักฐาน จึงอยากเตือนถึงความปลอดภัยของนายสันติภาพ
ด้านนายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นว่า เหตุใดนายสุวัตรจึงปักใจเชื่อว่าผู้มีอำนาจรัฐเกี่ยวข้องกับการสังหารแล้วตัดประเด็นอื่นออกไป และเชื่อว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้ทั้งนายกฯ คนเก่าและคนใหม่ต้องเกี่ยวข้องกับการสังหารครั้งนี้ ทั้งนี้ตนมีประสบการณ์ดีพอที่จะทราบว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐทำจริง คงไม่เหลือร่องรอยให้ตามได้ และอยากบอกว่าหากผู้มีอำนาจจะนั้น เขาส่งมือปืนไปยิงนัดเดียวแล้วหนีก็จบแล้ว เเละการหาสาเหตุสังหารนั้นยาก เพราะนายเอกยุทธมีคู่กรณีจำนวนมาก คงเลือกใช้วิธีนั้น เพราะไม่มีความจำเป็นต้องมาสร้างแผนการมากมายขนาดนี้







