
ระบบอาณัติสัญญาณแห่งชาติ(2)
ส่วนย่อยที่ 2 Telecommunication System มีสัดส่วน 5% ของต้นทุน
ส่วนย่อยที่ 2 Telecommunication System มีสัดส่วน 5% ของต้นทุน
ระบบดังกล่าวจนถึงปัจจุบันเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศแทบทั้งหมด ทั้ง Hardware and Software เป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะมีการทำให้ประเทศไทยสามารถทำได้ด้วยตนเองในอนาคต ซึ่งระบบดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบอาณัติสัญญาณด้วย
การลงทุนของระบบรางรอบๆ ประเทศไทยและอาเซียน
ต้นทุนโลจิสติกส์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อราคาสินค้าที่แต่ละประเทศจะส่งออก การแข่งขันในระยะยาวจากนี้ไปทุกประเทศมุ่งเน้นในการลดต้นทุนด้านการขนส่งคมนาคมของตัวเองทั้งสิ้น ระบบรางคือคำตอบของทุกๆ ประเทศจากนี้ไป ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่จะมีการลงทุนในด้านนี้สูงที่สุด และจะเห็นว่ารอบๆ ประเทศไทยเราก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นผู้ส่งออกระบบราง โดยมีตลาดรองรับคือกลุ่มประเทศในอาเซียน โดยมีขนาดตลาดทั้งหมดประมาณ 146 Billion (USD)
จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นทาง วตท.16 จึงขอนำเสนอแนวทางที่จะทำให้เกิดความสำเร็จในด้านที่จะลดต้นทุนของโครงการระบบรางทั้งหมดของประเทศ โดยเน้นไปที่ส่วนที่มีต้นทุนสูงและยังไม่สามารถทำในประเทศไทยได้ และอีกส่วนก็จะขอนำเสนอการเตรียมบุคลากรที่จะเข้ามาเป็นทรัพยากรมนุษย์ของระบบรางไทย ซึ่งวิธีการที่จะนำเสนอนั้นเป็นการแก้ปัญหาแบบครั้งเดียวได้ประโยชน์ทั้งสามอย่าง
แนวทางการประกอบรถไฟในประเทศ
ประเทศไทยจากโครงการที่มีอยู่ซึ่งได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น มีอำนาจต่อรองอย่างมากในครั้งนี้ ที่จะให้ต่างชาติทำการถ่ายทอดความรู้ และทำให้ประเทศไทยสามารถประกอบรถไฟ ทั้งหัวจักร ตัวรถโดยสาร หรือแม้แต่ตัวรถไฟความเร็วสูงที่จะเกิดขึ้น โดยขอเสนอการดำเนินงานเป็นขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 ตัวรถ (Car Body) โบกี้ อะไหล่ชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ นำเข้าจากต่างประเทศ และใช้แรงงานไทยเป็นผู้ประกอบ โดยมีการเตรียมบุคลากรและการจัดเก็บองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งในส่วนนี้ควรทำเป็นส่วนน้อยของโครงการทั้งหมด หรือประมาณ 10% เท่านั้น
ขั้นที่ 2 นำเข้าเฉพาะโบกี้ส่วนตัวรถ (Car Body) และอะไหล่ส่วนอื่นๆ เริ่มผลิตในประเทศ และใช้แรงงานไทยเป็นผู้ประกอบ
ขั้นที่ 3 ผลิตโบกี้เองในประเทศ และอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ เองในประเทศเกือบทั้งหมด
โดยในขั้นที่ 2 และ 3 จะครอบคลุมจำนวนตัวรถทั้งหมด 90%
ซึ่งทั้งหมดการประกอบตัวรถไฟในประเทศนั้น คาดว่าจะสามารถประหยัด เมื่อเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมดได้ถึง 15-20% ของในส่วนของตัวรถ ซึ่งหากเทียบกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 100,000 ล้านบาท จากสัดส่วนต้นทุนของตัวรถในข้างต้น คือ ประมาณ 25% เท่ากับว่ามูลค่าตัวรถเท่ากับประมาณ 25,000 ล้านบาท หากประหยัดได้ 15-20% จะเท่ากับว่าประหยัดได้เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 3,750-5,000 ล้านบาทต่อมูลค่าการลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือเท่ากับ 3.755% ของโครงการทั้งหมด และทำให้ประเทศไทยได้กำเนิดอุตสาหกรรมระบบรางและ Claster ของระบบรางได้อย่างแท้จริง
และยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งได้ทำการศึกษาไว้แล้วและมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายสนับสนุนกับแนวทางที่เราได้นำเสนอ
แนวทางการสร้างระบบอาณัติสัญญาณของประเทศ
ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ต้นทุนของระบบรางที่เป็นตัวหลักตัวหนึ่ง ได้แก่ ระบบอาณัติสัญญาณและมีสัดส่วนถึง 25% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งจนถึงวันนี้ รถไฟที่มีอยู่ในประเทศทั้งหมดใช้ระบบอาณัติสัญญาณที่ซื้อจากต่างประเทศทั้งสิ้น โดยผู้เดินรถหรือ Operator จะเป็นผู้จัดซื้อทั้ง Package ไม่สามารถมีอำนาจในการตัดสินในการเลือกระบบเองได้ จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทต่างชาติที่จำหน่ายรถไฟจัดหาให้ทั้งระบบ เนื่องจากรถไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับไทยในขณะนั้น
ต่างจากระบบจัดหาตัวรถ และระบบอาณัติสัญญาณของต่างประเทศ ซึ่งผู้เดินรถ Operator นั้นมีความชำนาญแล้ว จะจัดหาตัวรถและระบบอาณัติสัญญาณเอง ซึ่งในตัวรถ Operator มีสิทธิที่จะเลือกชิ้นส่วนอุปกรณ์สำคัญต่างๆ เอง และต่อรองให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงได้อีกด้วย และส่วนของระบบอาณัติสัญญาณนั้น ก็มีผู้ผลิตอยู่ 23 ราย ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกัน Operator ก็จะเป็นผู้เลือกต่อรองในทุกๆ ผู้ผลิต ทำให้ต้นทุนถูกลงเช่นกัน ซึ่งในต่างประเทศนั้น Operator จะมีความรู้ด้านตัวรถและด้านเทคนิคอย่างลึกซึ้ง ทำให้มีอำนาจต่อรองเหนือ Supplier ได้
การที่ประเทศไทยจะสร้างระบบอาณัติสัญญาณเองได้นั้น มีความเห็นว่าเนื่องจากประเทศเราเพิ่งเริ่มพัฒนาระบบราง จึงยังมิน่าจะให้มี Supplier หลายรายที่จะแข่งขันกันในขณะตลาดยังมีขนาดเล็ก แต่อยากเสนอให้ประเทศไทยตั้งองค์กรที่เป็นผู้จัดทำระบบอาณัติสัญญาณสำหรับประเทศไทย โดยอาจตั้งชื่อว่า อาณัติสัญญาณแห่งชาติ ซึ่งหน้าที่นำเทคโนโลยีและ Know How จากบริษัทต่างชาติที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้เข้ามา และสรรหาบุคลากรมาดำเนินงานสร้างและผลิตระบบอาณัติสัญญาณของประเทศไทย ซึ่งองค์กรดังกล่าวจะมีระบบอาณัติสัญญาณที่ครอบคลุมในทุกชนิดของระบบราง โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยตามระบบสากลที่มีกันในโลกเราปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีระบบอาณัติสัญญาณเป็นของตัวเอง และคาดว่าจะทำให้ต้นทุนในส่วนของระบบนี้ราคาถูกลงไปในอนาคต ในโครงการแต่ละโครงการอีก 2025% ในส่วนของระบบอาณัติสัญญาณ ซึ่งหากเทียบกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายหนึ่งซึ่งมีมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 100,000 ล้านบาท จากสัดส่วนต้นทุนของระบบอาณัติสัญญาณ ในข้างต้นคือประมาณ 25% เท่ากับว่ามูลค่าตัวระบบเท่ากับประมาณ 25,000 ล้านบาท หากประหยัดได้ 2025% จะเท่ากับว่าประหยัดได้เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 5,0006,250 ล้านบาทต่อมูลค่าการลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือเท่ากับ 56.25% ของโครงการทั้งหมด
จากแนวทางทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากสามารถทำได้จะสามารถประหยัดงบประมาณได้สูงถึง 11,250 ล้านบาทต่อการลงทุนรถไฟฟ้าหนึ่งสาย หรือประมาณ 11.25% ซึ่งเท่ากับว่าในงบประมาณที่จะสร้างรถไฟฟ้า 10 สายนั้น เราสามารถสร้างรถไฟฟ้าได้เป็น 11 สาย ในงบประมาณเท่าเดิม ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวสามารถใช้ได้กับการสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือการสร้างรถไฟไประหว่างเมืองของ ร.ฟ.ท. แต่หากจะมีความแตกต่างกันในเชิงตัวเลขอยู่บ้างเล็กน้อย n
อ่านต่อพรุ่งนี้







